บทสัมภาษณ์ “ฟุคุชิ โซตะ” ในผลงานหนังแมวสุดซึ้ง เรื่องล่าสุด “The Travelling Cat Chronicles”

 

จากนิยายสุดซาบซึ้ง เล่มแรกและเล่มเดียว ที่ทำยอดขายถล่มทลายติดอันดับ 1 และที่ได้รับการแปลถึง 16 ภาษา ของ เอริคาวะ ฮิโระ ผู้เขียนบทภาพยนตร์มี่ฝากผลงานไว้หลายเรื่อง ทั้ง Library War, Hankyu Railways และ Evergreen Love สู่การถ่ายทอดความประทับใจครั้งใหม่ในรูปแบบ Live Action ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวของ ผู้กำกับ มิกิ โคอิจิโร่ ที่เคยกำกับ Evergreen Love และ ฟุคุชิ โซตะ พระเอกหนุ่มสุดฮอต ที่มาพร้อมกับ ทอม เจ้าเหมียวหน้าหยิ่งที่ผ่านการออดิชั่นจากแมวนับ 100 ตัว

แต่แม้จะได้รับบทบาทที่ชวนหลงรัก อย่างหนุ่มแสนดี รักสัตว์ ใน “The Travelling Cat Chronicles ผมแมวและการเดินทางของเรา” แตกต่างจากผลงานภาพยนตร์ Live Action สุดมันส์ก่อนหน้าใน Bleach (2018) แต่ดูเหมือนว่า ฟุคุชิ โซตะ พระเอกหนุ่มสุดฮอตจากญี่ปุ่นคนนี้ จะไม่ค่อยมีความถนัดในการตีสนิทกับเพื่อนสี่ขา นอกเหนือจากเจ้าตูบที่เขาเคยเลี้ยงมาเพียงอย่างเดียวสักเท่าไหร่ ดังนั้นการได้ร่วมงานกับ ทอม หรือ “นานะ” เจ้าเหมียวหน้าหยิ่งในเรื่อง จึงเป็นการเปิดประสบการณ์ในการอยู่ร่วมกับเจ้าเหมียวของเขาอย่างจริงจัง

ที่มาภาพ : ananweb.jp

แต่แทนที่จะทำให้การทำงานครั้งนี้ เป็นอะไรที่กดดันสำหรับเขา โซตะกลับคิดว่านี่เป็นการทำงานที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายกว่าครั้งไหนๆ …อะไรที่ทำให้เป็นเช่นนั้น เราจะมาหาคำคอบจากบทสัมภาษณ์ของโซตะ ที่จะมาบอกเล่าเบื้องหลังการถ่ายทำ The Travelling Cat Chronicles ผมแมวและการเดินทางของเรา ซึ่งกำลังจะฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเรา 29 พ.ย. นี้…

Q: รู้สึกยังไงเมื่อได้รับการทาบทามให้เล่นบทนี้

โซตะ : ผมอยากแสดงให้กับนิยายของคุณฮิโระอยู่ก่อนแล้ว เลยมั่นใจว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะต้องออกมาดี พอได้อ่านผลงานต้นฉบับก็เข้าใจครับว่าทำไมคุณอาริคาวะถึงพูดว่า “เรื่องราวที่เขียนได้แค่เล่มเดียวในชีวิต” ประทับใจมากจริงๆ แต่ผมก็กังวลมากเหมือนกันว่าถ้านำมาสร้างเป็นภาพยนตร์แล้วจะถ่ายกันยังไง เพราะมีเนื้อหาเกี่ยวกับแมวอยู่ด้วย ผมเคยเลี้ยงสุนัขแต่แทบไม่มีโอกาสได้คลุกคลีกับแมว เลยไม่รู้ว่าจะต้องดูแลเขายังไง เริ่มต้นมาก็ประหม่า ๆ แบบนี้ครับ

Q: เจอนานะครั้งแรกรู้สึกยังไง

โซตะ : คิดว่าเขาน่ารักมาก แล้วก็ขนนุ่มสุด ๆ อยากเข้าไปกอดด้วยมาก ๆ แต่นานะไม่ชอบให้ใครอุ้มก็เลยหนีไป แต่ผมก็ชอบนานะทันทีเลยนะครับ เพียงแต่วิธีการแสดงความรักกับเขาจะจะต่างกับของสุนัข แรก ๆ ก็ลำบากมากครับ

Q: ไม่ได้ใจตรงกันทันทีหรอกเหรอ

โซตะ : ตอนแรกผมนึกว่าถ้าเอาหน้าไปแนบแบบที่ทำกับสุนัข เขาก็จะเลียแผล็บ ๆ อะไรแบบนี้ แต่พอลองแล้วเขาไม่ชอบ แถมตบผมด้วย (หัวเราะ) เล็บไม่ยาวนะครับ แต่อุ้งเท้าน่ะเต็ม ๆ พอเริ่มถ่ายไปได้สัก 2 อาทิตย์ เขาก็เริ่มจำหน้าผมได้แล้วครับ ซึ่งคราวนี้ก็จะมีฉากที่ต้องนั่งรถออกเดินทางกันบ่อย ๆ แล้วในรถก็จะมีแค่ผมกับเขา แถมช่วงที่ถ่ายทำก็ต้องเจอกันทุกวัน เหมือนว่าเขาจะค่อย ๆ ชินกับผม ที่เหลือก็แค่สังเกตและเรียนรู้จากครูฝึกสัตว์เลี้ยงว่าควรปฏิบัติกับเขายังไง เพราะเขาจะไม่เหมือนสุนัข แมวเราจับแถว ๆ คอของเขาได้ เวลาดึงแก้มเขาก็น่ารักดีครับ ปกติแมวมักจะเอาแต่ใจด้วย แต่ฉากไหนที่มีฝักบัวเขาจะกลัว ๆ น้ำ แล้วเข้ามาอ้อนเรา อันนี้ก็น่ารักครับ

Q: บรรยากาศที่กองถ่ายเป็นยังไงบ้าง

โซตะ : เป็นกองที่ทำทุกอย่างเพื่อนานะครับ เหมือนว่าทุกคนสามัคคีกันเพื่อดึงเอาสีหน้าของนานะออกมาให้ได้ บรรยากาศที่กองเลยเป็นไปอย่างนุ่มนวล อย่างฉากที่นานะต้องมานั่งบนตักผม บางวันเขาก็ไม่อยากจะนั่ง ผมก็แนะนำว่าเปลี่ยนเป็นยืนอุ้มให้นานะอยู่สบาย ๆ แทน จากนั้นทีมงานก็สั่งคัตแล้วขอให้เปลี่ยนมุมกล้องทันที ต่างจากเรื่องอื่นสุด ๆ เลยครับ เพราะปรับเปลี่ยนบ่อย ๆ ตามอารมณ์ของนานะ เวลาแสดงผมก็มักจะกดดัน แต่คราวนี้มีนานะอยู่ด้วย เลยกลายเป็นว่ากลับกัน เพราะรู้สึกผ่อนคลายมาก ๆ  ส่วนตัวผมคิดว่าตัวเองเหมาะเป็นฝ่ายสนับสนุนมากกว่าเป็นตัวหลักด้วยล่ะครับ (หัวเราะ) เลยรู้สึกว่าเล่นเรื่องนี้แล้วอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

Q: ตั้งใจเล่นเป็นตัวละครซาโตรุแบบไหน

โซตะ : เขาเป็นหนุ่มใจดีแบบที่ผมไม่ค่อยถนัด ถ้าเปรียบกับรูปร่างก็เป็นวงกลมที่ไม่มีเหลี่ยมเลย พักหลังมานี้ผมได้เล่นหนังแอคชั่นเยอะด้วย เลยยากที่สุดที่ต้องมาเล่นเป็นเขา แต่ยากที่ว่าไม่ได้หมายถึงอุปนิสัยของตัวละครนะครับ ผมแค่คิดมากว่าจะถ่ายทอดเสน่ห์ของซาโตรุออกมายังไงให้ครอบคลุมจินตนาการของผู้ชม วันที่เจอ ผู้กำกับมิกิ โคอิจิโร่ ครั้งแรก ผมก็ได้เจอนานะด้วย ผู้กำกับมองผมอยู่กับนานะแล้วบอกว่า “ดีนะ ฟุคุชิคุงมีพื้นฐานดีมาก ๆ เลย” เป็นคำพูดที่ช่วยผมได้มากจริง ๆ

ผมเลยคิดว่าจะไม่พยายามสวมบทเป็นตัวละคร แต่จะเล่นโดยมองว่าตัวเองมีจุดไหนที่คล้ายซาโตรุบ้าง แล้วดึงจุดนั้นออกมาให้ได้มากที่สุดครับ

Q: รู้สึกว่าตัวเองกับซาโตรุมีอะไรที่คล้ายกันไหม

โซตะ : ผมคงไม่ใช่คนที่ใจดีอะไรขนาดนั้นนะครับ (หัวเราะ) แต่ที่เขาใจดีได้ขนาดนี้คงเพราะได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดี ชื่อของเขาก็มีความหมายที่ดีสมกับที่ชื่อซาโตรุเลย เพราะงั้นผมเลยเน้นไปที่ความสัมพันธ์ของคนกับแมวแทนที่จะสวมบทบาทเป็นเขา งานนี้ก็ต้องคิดล่ะว่า แต่ละตัวละคร ไม่ว่าจะเป็น นานะ ฮาจิ คุณอา รวมไปถึงเพื่อนนักเรียน มีความสัมพันธ์ยังไงกับซาโตรุบ้างครับ

Q: นานะมีความสำคัญยังไงกับซาโตรุ

โซตะ : พูดได้คำเดียวว่าคือ “ครอบครัว” ครับ เดิมทีนานะเป็นแมวจรที่ไม่มีครอบครัว แต่ตอนนี้นานะคือครอบครัวของเขา ผมเลยคิดว่าซาโตรุคงไม่อยากอยู่เดียว แต่อยากให้นานะมาเป็นครอบครัวของเขาครับ

Q: ความประทับใจต่อเพื่อนนักแสดงในกอง

โซตะ : ผมได้แสดงกับคุณยูโกะเป็นครั้งแรก รู้สึกว่าเธอเป็นคนที่มีความเป็นธรรมชาติมาก แล้วก็เป็นคนที่ช่วยทำให้บรรยากาศราบรื่น  คราวนี้ผมกับได้เธอเล่นเป็นอากับหลาน เธอช่วยดึงอารมณ์ในตัวผมให้ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งก็ช่วยผมได้มาก กับเพื่อนมัธยมปลาย เราถ่ายทำตอนชีวิตมัธยมปลายกันเยอะที่สุด ยังประทับใจฉากที่ได้เล่นกับอลิซและคุณทาคุโร่อยู่เลย คือพวกเราก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้วไงครับ (หัวเราะ) พอได้ใส่ยูนิฟอร์มแสดงเยอะ ๆ มันก็สนุกมากจริง ๆ แล้วไม่ใช่เฉพาะทั้งสามคนนี้  นักแสดงคนอื่นก็รักสัตว์กันทุกคน อยู่ที่กองคุยกันถูกคอมากครับ

Q: การทำงานร่วมกับผู้กำกับมิกิ

โซตะ : คุณผู้กำกับเป็นมิตรมากตั้งแต่เจอกันครั้งแรกเลยครับ ไม่ถือตัว เหมือนเพื่อนคนหนึ่งเลย เวลาถ่ายทำเขาก็ไม่เคยทำให้เราเครียด เพราะผู้กำกับเขาจะคอยพูดติดตลกให้บรรยากาศในกองดูผ่อนคลาย จะว่าเป็นนักสร้างบรรยากาศก็คงได้ แต่นานะเขาจะไม่ค่อยอินด้วยเท่าไหร่ พอจะแหย่เข้าหน่อยก็หนีเลยครับ (หัวเราะ)

Q: คิดยังไงเมื่อได้รับชมหนังฉบับสมบูรณ์ที่ให้เสียงโดย ทากาฮาตะ มิตสึกิ

โซตะ : เธอเสียงดีมาก แล้วก็พูดเก่งด้วย ทั้งหมดออกมาดูคล้ายนานะจนผมเองก็ตกใจ พูดออกมาคำแรกผมถึงกับตะลึงนึกว่าแมวพูดได้จริง ๆ  พอมาคำที่สองดูยังไงก็นานะชัด ๆ เลยครับ แล้วนานะเป็นเด็กผู้ชาย แต่ให้นักพากย์หญิงมาพากย์เป็นเด็กผู้ชาย ต่อให้พากย์เป็นเด็กผู้ชาย ก็ยังรู้สึกว่ามีความเป็นผู้หญิงอยู่ (หัวเราะ) นานะเลยดูน่ารักเกินไปนิด แต่นานะเองก็แสดงได้ดีมาก  รู้เลยว่ากว่าจะถ่ายออกมาได้ต้องลำบากแค่ไหน ประทับใจในผลของความเหนื่อยยากที่ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยครับ แล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกเลยที่ผมดูภาพยนตร์ที่ตัวเองเล่นแล้วร้องไห้ ฉากนานะกับฮาจินี่แน่นอนอยู่แล้ว แต่ฉากสมัยวัยรุ่นของซาโตรุตอนอยู่ที่กองผมยังไม่เคยเห็น ไม่คิดว่าจะร้องไห้แต่ก็ร้องครับ

Q: อยากบอกอะไรผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้

โซตะ : แน่นอนล่ะว่าเรื่องนี้แมวน่ารัก แต่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนกับแมว หรือความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนก็บรรยายไว้ได้ดี เป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจมาก ๆ และคงดีมากถ้านี่จะเป็นโอกาสที่ทำให้เราได้ทบทวนความสัมพันธ์ของเรากับคนที่เรารักครับ

แค่บทสัมภาษณ์ยังทำหัวใจละมุนจนอ่านไปยิ้มไปขนาดนี้ ไม่อยากนึกว่าถ้าพลาดชมเรื่องนี้ จะรู้สึกพลาดอะไรไปบ้าง เอาเป็นว่าเหล่าทาสแมวเตรียมเคลียร์คิวให้ดี แล้วปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ไปซึมซับเรื่องราวสุดซาบซึ้งที่ดัดแปลงจากนิยายขายดีเรื่องนี้กันได้ ใน “The Travelling Cat Chronicles | ผม แมว และการเดินทางของเรา” ผลงานการแสดงของ “ฟุคุชิ โซตะ” กับเจ้าเหมียวนานะ (ทอม) …29 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

ที่เกี่ยวข้อง: ผม แมว และการเดินทางของเรา: หนังแมวสุดซึ้งของ “โซตะ” และ “เหมียวขี้หยิ่ง” 29 พ.ย.นี้

ชื่อญี่ปุ่น : 旅猫リポート (Tabineko Ripoto)
ชื่อภาษาไทย : ผม แมว และการเดินทางของเรา
ผู้กำกับ : Koichiro Miki

ผู้เขียน : Hiro Arikawa
ฉายญี่ปุ่น : 26 ตุลาคม 2561

ฉายไทย : 29 พฤศจิกายน 2561
ความยาว : 1 ชั่วโมง 58 นาที

ติดตาม seventeen Thailand ได้ที่นี่…
Website : www.seventeenthailand.com
Instagram : @seventeenthailand
Facebook : @SEVENTEENthailand
Youtube : @seventeenthailandTV
Twitter : @SeventeenTHcom

Comments

Ano

นักทำคอนเทนต์ ผู้ควบหลายตำแหน่ง ทั้ง นักเขียน ช่างภาพ กราฟฟิก และตัดต่อ แถมมีความสามารถในการวาดภาพเก็บซ่อนไว้ แต่ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่

error: Content is protected !!