สาวๆเตรียมบุก…หมดยุคสาวใสนั่งรอผู้ชายมาจีบ!!

สาวๆเตรียมบุก…หมดยุคสาวใสนั่งรอผู้ชายมาจีบ!! 

จีบผู้ชาย

ในชีวิตจริงไม่ต้องเจอหนุ่มหล่อขั้นเทพสุดแสนเพอร์เฟ็กต์เหมือนในหนังหรือละคร คุณก็สามารถควงคู่กับหนุ่มหล่อได้ หากบังเอิญปิ๊งหนุ่มออฟฟิศข้างๆ หรืออยากเดตกับเพื่อนร่วมงานที่แอบชอบมานานแล้ว ก็อย่าปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดลอยไป คนเราไม่ได้ปิ๊งใครง่ายๆ เมื่อคิวปิดมายิงศรกลางใจ จะมัวรีรออะไรอยู่อีก จีบผู้ชาย คนนั้นเลย

สำหรับคนที่ไม่เคยจีบผู้ชายมาก่อน กลัวว่าเดี๋ยวจะดูไม่ดี ไม่เป็นกุลสตรี ผู้ชายมองเราไม่ดี กะฟันแล้วทิ้ง ขอบอกว่านั่นเป็นความกลัวที่สกัดกั้นสิทธิและเสรีภาพของผู้หญิง ปล่อยความคิดโบราณเต่าล้านปีนั่นไปเถอะ ใครอยากอยู่เป็นโสด รอให้ผู้ชายเป็นฝ่ายเข้ามาหาก่อนก็ปล่อยเขาไป ยุคนี้ผู้หญิงเลือกได้ว่าจะเป็นฝ่ายเปิดเกมบุก ถอยตั้งรับ หรือประกาศยุติความสัมพันธ์หากว่ามันไม่เวิร์ก แต่ถึงกระนั้นผู้หญิงส่วนใหญ่ใจไม่กล้าพอที่จะชวนผู้ชายออกเดต วัดจากผลสำรวจของ match.com มีเพียง 11 เปอร์เซ็นต์จาก 5,000 คนเท่านั้นที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อน

ในขณะเดียวกันหนุ่มสาวหลายคู่ที่ครองรักกันยืนยาว ยอมรับว่าที่รักกันได้เพราะฝ่ายหญิงแท้ๆ “ไม่เคยเชื่อเรื่องการเล่นเกมหรือเดินตามกฎกติกาเลย” นี่เป็นความเห็นของคุณหมอโลแกน เลฟคอฟฟ์ (Logan Levkoff) นักบำบัดด้านเซ็กซ์และผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ในนิวยอร์กซิตี้ ผู้หญิงต้องเตรียมพร้อมและรับมือกับความเสี่ยงทางอารมณ์ จำไว้ว่าผู้หญิงจีบผู้ชายก่อนไม่ผิด แต่จะผิดถ้าทำไม่ถูกวิธี

เป้าหมาย : อยากให้รู้ว่าสน

ลองทำเป็นว่า….

ตอนเที่ยงกำลังเดินไปกินข้าวกับแก๊งเพื่อนสาว สองตาดันไปสบกับหนุ่มหน้าตี๋ที่แอบชอบมานาน รู้สึกอยากเดินเข้าไปแนะนำตัวใจจะขาด แต่คำว่าเกิดเป็นผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัวมันค้ำคอ แต่ก็อดใจไม่ไหวขอมองหน่อยน่า ผลการศึกษาพบว่าผู้หญิงส่วนใหญ่มักส่งสัญญาณลับๆ ไปที่เป้าหมาย แอบส่งสายตา สบตากันแป๊บนึง (ไม่กล้ามองตรงๆ เดี๋ยวเขาหันมา) ถ้าอยากให้ได้ผลลองส่งยิ้มเล็กๆ ซึ่งเป็นวิธีเผยความในใจให้เขารู้ได้เป็นอย่างดี อันนี้ไม่ได้คิดเองเออเองนะ เราได้ข้อมูลมาจากคุณหมอแอนดรูว์ ทรีส์ (Andrew Trees) ท่านเขียนไว้ในหนังสือ A Scientific Guide to Successful Dating

จะเวิร์กกว่าถ้า…

ไม่ว่าคุณจะส่งสายตา ทอดสะพาน อมยิ้มเผยความนัยให้เขาขนาดไหน ผู้ชายบางคน (โดยเฉพาะคนขี้อาย) อาจไม่เก็ทเมสเสจที่คุณส่งไป ของแบบนี้ด้านได้อายอด เดินเข้าไปชวนเขาคุยเลยดีกว่า เริ่มด้วยบทสนทนาเบาๆ อาศัยจังหวะเข้าช่วย เช่น ถ้าเขาดื่มเบียร์ชิลล์ๆ อยู่คนเดียว ลองเปิดบทสนทนาเรื่องเบียร์ ถามว่าเขาชอบเบียร์ยี่ห้อไหนเป็นพิเศษ หรือไม่ก็ชวนคุยเรื่องผลบอลยูโรที่เพิ่งผ่านมาหมาดๆ โชว์ภูมินิดหน่อย “ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณพูดอะไรไปบ้าง สิ่งสำคัญคือการใช้ภาษากายและน้ำเสียงที่เป็นมิตร” เมื่อบทสนทนาดำเนินไปด้วยดี ลองแตะเบาๆ ที่แขนเขาเพื่อให้รู้ว่าคุณสนใจ แต่ขอเนียนๆ หน่อย อย่าให้ดูว่าตั้งใจมากเดี๋ยวไก่ตื่น

เป้าหมาย : สร้างสถานการณ์ชวนหนุ่มที่ปิ๊งมานานออกเดต

ลองทำเป็นว่า….

ตั้งใจฟังให้ดีนะ มันอาจก๋ากั่นไปหน่อยแต่อย่าอาย โทรหาเขาเลย! รู้ว่ามันเช้ยเชยไม่สมเป็นสาวยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเฟสบุ๊ค อินสตราแกรม หรือทวิตเตอร์ แต่ของแบบนี้แหละแสดงความจริงใจได้ดีที่สุด ถ้าใจไม่กล้าพอลองส่งเมสเสจหยั่งเชิงไปก่อน ชวนคุยเรื่องที่เคยเจอหรือเคยคุยกันมาก่อน ดูว่าสารเคมีในร่างกายจะทำงานอย่างไร แต่คุณหมอโลแกนแย้งว่า ไม่ควรฝากความหวังไว้กับเมสเสจ เพราะมันอาจไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย “การยกหูโทรศัพท์จึงเห็นผลมากกว่า คุณจะดูเป็นผู้หญิงที่มั่นใจ และน่าเชื่อถือ” คุณหมอชี้ทาง

จะเวิร์กกว่าถ้า….

เมื่อคุณเปิดทางเต็มที่แล้ว ลองดูว่าเขาจะชวนไปเที่ยวไหม ถ้าไม่อยากรอก็เอ่ยปากชวนเขาก่อนเลย เคล็ดลับคือคุณต้องทำอย่างตรงไปตรงมาและชัดเจน เอียน เคอร์เนอร์ (Ian Kerner) ผู้ให้คำปรึกษาด้านเซ็กซ์และความสัมพันธ์ในนิวยอร์กซิตี้ เผยว่า “บางครั้งผู้ชายก็มองไม่ออก คุณต้องตรงไปตรงมา ไม่งั้นเขาคงไม่มีวันเข้าใจ” ลองชวนเขาไปทำสิ่งที่สนใจ เช่น ชวนไปดูคอนเสิร์ตวงโปรด ทำให้เขารู้ไปเลยว่า ‘นี่ฉันชวนออกเดตนะยะ’ ไม่ได้ชวนไปแฮงเอาต์เหมือนคนรู้จักทั่วไป ถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ยิ่งดี เพราะมันคือการออกเดตจริงๆ ไม่ใช่แค่ชวนไปดื่มหลังเลิกงาน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก womenshealththailand.com

ช่องทางติดตาม seventeen Thailand

Website : http://www.seventeenthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/seventeenthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/SEVENTEENthailand
Youtube : http://www.youtube.com/user/seventeenthailandTV
Twitter : https://twitter.com/Seventeenthai
Snapchat : https://www.snapchat.com/add/seventeenthai

Comments

error: Content is protected !!