8 จุดเด่น iPhone XR กับความสามารถขนาดย่อมจาก XS ที่ไม่ควรมองข้าม

 

นอกจาก iPhone XS และ iPhone XS Max แล้ว iPhone XR ก็เป็นสมาร์ทโฟนอีกรุ่นจาก Apple เช่นกันที่วางจำหน่ายพร้อมกันในไทย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ แม้จะมากับกล้องหลังเพียงเลนส์เดียว แต่ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีและความหลากหลายสีสันที่มีมาให้เลือกถึง 6 สี iPhone XR จึงเป็นหนึ่งในรุ่นที่อยู่ในโฟกัสของใครหลายคนที่กำลังมองหาความแตกต่างอยู่ ว่าแต่จะมีคุณสมบัติอะไรที่ลงตัวกับไลฟ์สไตล์การใช้งานอื่นๆ อีกนั้น เราจะมาทำความรู้จัก iPhone XR กับ 8 จุดเด่น ที่หากคุณกำลังหา… iPhone XR มี!

1. เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่มี “สี” ให้เลือกเยอะมาก
ส่วนนี้คงต้องขอยกให้เป็นอันดับหนึ่ง สำหรับใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเฉดสีที่แตกต่างและบ่งบอกความเป็นตัวเอง ด้วย 3 สีสันใหม่ไม่ซ้ำใคร ได้แก่ ส้มคอรัล เหลือง ฟ้า และอีก 3 สีที่คุ้นเคย ได้แก่ ดำ ขาว แดง (Product-Red) ทำให้ iPhone XR จัดเป็นสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจ สำหรับใครที่ต้องการบ่งบอกสไตล์ของตัวเองผ่านสีสันสมาร์ทโฟนสุดรัก

เปรียบเทียบขอบด้านข้างระหว่าง iPhone XS (ซ้าย) และ iPhone XR (ขวา)

2. ดีไซน์ใกล้เคียงกับรุ่น X และ XS
คือ ไม่มีพื้นที่ของปุ่มโฮมด้านล่าง ตัวเครื่องหน้า-หลังเป็นกระจกที่แข็งแรง  และมีลำโพงส่วนบน-ล่างให้เสียงสเตอริโอ ขณะที่ขอบจะแตกต่างออกมา โดยจะเป็นอะลูมีเนียม พร้อมกับมาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่น ระดับ IP67 (ความลึกไม่เกิน 1 เมตร ภายในระยะเวลา 30 นาที)

เปรียบเทียบกล้องหลังระหว่าง iPhone XS (ซ้าย) และ iPhone XR (ขวา)

3. กล้องหลังเลนส์เดียวที่ทำได้อย่างเทพ
แม้จะไม่ได้มาพร้อมเลนส์คู่เหมือน iPhone ในรุ่น X หรือรุ่น Plus ก่อนๆ แต่กล้องหลัง 12 MP ที่มี HDR นี้ ก็มาพร้อมอัลกอริทึมเหนือชั้นและเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ (จากการที่มี Focus Pixels มากขึ้น) จึงทำให้โฟกัสได้เร็วขึ้น 2 เท่า ที่สำคัญคือเป็น iPhone เลนส์เดียวที่มาพร้อมฟีเจอร์ Portrait Mod ด้วย โดยกล้องหลังจะมีให้เลือกใช้งาน 3 โหมดด้วยกัน ได้แก่ Natural Light, Studio Light และ Contour ช่วยจัดแสงให้กับภาพบุคคล และจะให้มุมกล้องที่กว้างกว่าแบบเลนส์คู่ ทั้งยังสามารถปรับแก้ไขระยะชัดลึกของภาพได้ภายหลังเพิ่มเติมด้วย

กล้องหลังในฟีเจอร์ Portrait Mode ของ iPhone XR (ซ้าย) และ iPhone XS (ขวา)

4. กล้องหน้า TrueDepth
ถึงจะมีความละเอียด 7 MP แต่ด้วยการทำงานร่วมกันกับ HDR แถมยังมีแฟลช True Tone แบบ LED สี่ดวง จึงทำให้การเซลฟี่ด้วยกล้องหน้าได้ภาพสีสันสม่ำเสมอ ทั้งยังใช้ฟีเจอร์ Portrait Mode ได้ 5 โหมด ได้แก่ Natural Light, Studio Light, Contour Light, Stage Light และ Stage Light Mono ช่วยจัดแสงให้กับภาพบุคคล และสามารถปรับแก้ไขระยะชัดลึก หรือความเบลอของภาพเพิ่มเติมภายหลังได้เช่นกัน นอกจากนี้ ด้วยคุณสมบัติ TrueDepth ยังตรวจจับการเคลื่อนไหวของใบหน้าให้เราทำ Animoji (กว่า 12 แบบ) และ Memoji ตามการขยับของเราส่งให้เพื่อนๆ ได้อีกด้วย

กล้องหน้าในฟีเจอร์ Portrait Mode ของ iPhone XS (ซ้าย) และ iPhone XR (ขวา)

5. ใช้ Face ID ได้
ด้วยกล้องหน้าแบบ TrueDepth ทำให้การปลดล็อกง่ายขึ้นผ่านการสแกนใบหน้า (Face ID) ไม่ว่าจะใช้ปลดล็อก iPhone, ปลดล็อกแอปฯ หรือการจ่ายเงินได้อย่างปลอดภัย ซึ่งด้วยความที่อยู่บนเทคโนโลยีเดียวกับรุ่น iPhone XS ทั้งสองตัว จึงทำให้ใช้งานแม่นยำขึ้นกว่าในรุ่น iPhone X

การสแกน Face ID ใน iPhone XR

6. มีความจุ 128 GB ให้เลือก
สำหรับใครที่คิดว่าการเก็บข้อมูลต่างๆ ตลอดการใช้งานของตัวเองอยู่ในระดับกลางๆ ไม่น้อยหรือมากไป iPhone XR เป็นรุ่นมีความจุขนาด 128 GB มาให้เลือก นอกเหนือจาก 64 GB และ 256 GB ด้วยนะ

7. iOS 12 และเป็นชิพ A12 Biotic รุ่นเดียวกับ iPhone XS (Max) แรงขึ้น ลื่นขึ้น กราฟิกดี
เรียกว่าเป็นชิพที่ทั้งฉลาดและทรงพลังที่สุดของ iPhone ขณะนี้เลยทีเดียว โดยชิพตัวนี้จะอยู่ใน iPhone 3 รุ่นล่าสุดเท่านั้น ได้แก่ iPhone XR, iPhone XS และ iPhone XS Max ทำให้ใช้งานดีขึ้นและรองรับการเล่นเกมกราฟิกจัดๆ งานตัดต่อวีดีโอ หรือการใช้งานแอปฯ ที่เน้นภาพ

ตัวอย่างการเปิดแท็บหน้าจอของ iPhone XS และ XR ที่สามารถปัดทิ้งหน้าแท็บที่ไม่ต้องการใช้งานได้ง่ายขึ้น ต่างจากใน iPhone X ที่ต้องไล่กดปิดที่มุมแต่ละแท็บ

8. จอที่ใหญ่กำลังดี ไม่เล็กไป และไม่ใหญ่มาก
ด้วยจอภาพ LCD Liquit Retina ขนาด 6.1 นิ้ว ทำให้การใช้งานต่างๆ ได้อรรถรสเต็มตากว่า ไม่ว่าจะเป็นการเปิดใช้งานหน้าต่างทั่วไป เล่นเกม หรือการดูหนัง แม้ความละเอียดอาจจะเป็นที่ขัดใจสำหรับนักรีวิวในหลายๆ สำนักอยู่ก็ตาม

นอกจากนี้แล้ว ความสามารถอื่นๆ ของ iPhone XR ที่เพื่อนไม่ควรพลาดก็ยังมีอีกหลายอย่างด้วยกัน เช่น ยังคงเป็นรุ่นที่บันทึกวีดีโอแบบ 4K ได้, บันทึกเสียงสเตอริโอ และกำลังจะรองรับ 2 ซิม ทั้งแบบ Nano-SIM และ eSIM ในเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ตาม ในด้านของราคา iPhone XR เริ่มต้นอยู่ที่ 29,900 บาท
(64 GB 29,900 บาท | 128 GB 31,900 บาท | 256 GB 35,900 บาท)

ข้อเสีย

  1. อะลูมิเนียมค่อนข้างนำไฟฟ้า ดังนั้น หากสัมผัสขอบอะลูมีเนียมที่ไม่ใส่เคสระหว่างชาร์จ อาจทำให้เรารู้สึกถึงไฟฟ้าสถิตเบาๆ
  2. คุณภาพของภาพถ่ายจากกล้องยังไม่โดดเด่นเท่าที่ควร (อาจเพราะจากความละเอียดจอส่วนหนึ่ง)
  3. หน้าจอกระจกเป็นรอยขีดข่วนง่าย
  4. ขนาดแอบหนาและหนักกว่า iPhone X และ XS
  5. 3D Touch หายไป ทำให้การใช้งานบางอย่างเสียเวลาขึ้นเล็กน้อย

ข้อดี

  1. เป็นรุ่นที่มีสีสันสดใสให้เลือกหลายสีมาก
  2. กล้องหลังเลนส์เดียวแต่มาพร้อมฟีเจอร์พอๆ กับรุ่น 2 เลนส์
  3. กล้องหน้ามาพร้อม Portrait Mod ถึง 5 โหมดแบบอัดแน่น
  4. ราคาถูกกว่ารุ่น XS ที่ความจุเดียวกันเป็นหมื่น! แต่ได้ใช้ iOS12 และชิพ A12 Biotic ประสิทธิภาพเดียวกัน
  5. รองรับซิมคู่เร็วๆ นี้

เอาเป็นว่าสำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่กำลังมองหามือถือเครื่องใหม่ไว้ใช้งานอย่างคุ้มค่าและสามารถแสดงออกความเป็นเราได้ผ่านสีสันได้ iPhone XR จัดเป็นสมาร์ทโฟนอีกรุ่นที่น่าสนใจ เรียกว่าเหมือนเป็นรุ่นย่อมๆ ของ XS ที่แม้จะลดทอนประสิทธิภาพบางส่วนลงมา เช่น กล้อง ความละเอียดจอภาพ การกันน้ำ เป็นต้น แต่ขุมพลังหลักก็จัดเป็นระดับท็อปของ iPhone ขณะนี้ ที่สำคัญคือประหยัดงบได้ดีทีเดียวล่ะ!

ที่เกี่ยวข้อง : รีวิว iPhone Xs ไขข้อสงสัยคู่หู Xs (Max) ต่างจาก iPhone X ยังไง ?


ติดตาม seventeen Thailand ได้ที่นี่…
Website : www.seventeenthailand.com
Instagram : @seventeenthailand
Facebook : @SEVENTEENthailand
Youtube : @seventeenthailandTV
Twitter : @SeventeenTHcom

Comments

Ano

นักทำคอนเทนต์ ผู้ควบหลายตำแหน่ง ทั้ง นักเขียน ช่างภาพ กราฟฟิก และตัดต่อ แถมมีความสามารถในการวาดภาพเก็บซ่อนไว้ แต่ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่

error: Content is protected !!