8 ความโดดเด่น iPhone X สมาร์ทโฟนตัวเครื่องกระจกรุ่นแรกจาก Apple

 

เปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา สำหรับ iPhone X สมาร์ทโฟนแห่งอนาคตที่มาพร้อมดีไซน์กระจกน่าสัมผัส จากการพัฒนากว่าทศวรรษ จนเป็นจุดเริ่มต้นของ iPhone รุ่นต่อไปในอนาคตอีก 10 ข้างหน้า ทั้งในเรื่องของดีไซน์และเทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นใหม่ แต่สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่า iPhone X มีดีอย่างไร นี่คือคำตอบทุกคนต้องการ…!!


1. “ดีไซน์กระจก” ทั้งด้านหน้าและหลัง


ไม่เพียงเกิดมาเพื่อปฏิวัติ แต่ด้วยตัวเครื่องจากกระจกที่มีให้เลือก 2 เฉดสี ได้แก่ สีเงิน และสีเทาสเปซเกรย์ โดยผ่านกระบวนการลงหมึกถึง 7 ชั้น ทำให้นอกจากจะแข็งแกร่งหมดจรดทุกมุม แถมยังกันน้ำได้แล้ว ยังช่วยเรื่องการแสดงเฉดสีและความทึบแสงได้อย่างแม่นยำ ขณะที่ขอบทำจากสแตลเลสสตีลเกรดเดียวกับเครื่องมือศัลยกรรม ดังนั้น ไม่ว่าจะน้ำหรือฝุ่นก็ไม่ได้แอ้มพี่เค้าแน่นอน


2. จอภาพ Super Retina สวยเด่นสะดุดตา


จอภาพ Super Retina ขนาด 5.8 นิ้ว เป็นแผง OLED แผงแรกที่มีมาตรฐานสูงพอและควรค่ากับ iPhone เพราะสามารถถ่ายทอดสีสันได้สวยงามและแม่นยำ แสดงสีดำได้ดำสนิท มีอัตราส่วนคอนทราสต์ที่ 1,000,000 ต่อ 1 นอกจากนี้ จอภาพ HDR ยังรองรับ Dolby Vision และ HDR10 ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้รูปภาพและวิดีโอดูสวยสดงดงามยิ่งกว่าเดิม และมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้นเหมือนดูบนกระดาษจริงๆ


3. ระบบยืนยันตัวตน แบบ “Face ID”


ปฏิวัติการยืนยันตัวตน โดยใช้ระบบกล้อง TrueDepth ที่ประกอบไปด้วยกล้องและเซ็นเซอร์
ที่เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน Face ID สำหรับใช้ยืนยันตัวตนด้วยการสร้างแผนผังโครงสร้างและรู้จำใบหน้าอย่างแม่นยำ โดยมีชิพ A11 Bionic เป็นขุมพลังขับเคลื่อน เพื่อให้ผู้ใช้ปลดล็อคและใช้งาน iPhone อย่างปลอดภัย และไม่ถูกหลอกจากรูปถ่ายหรือหน้ากาก


4. กล้องใหม่ พร้อมคุณสมบัติ “การจัดแสงภาพถ่ายบุคคล”


กล้องหน้า TrueDepth ความละเอียด 7 MP ใหม่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Face ID มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวอัตโนมัติ และการควบคุมค่าแสงที่แม่นยำ อีกทั้งยังมี โหมดภาพถ่ายบุคคล ที่มีเอฟเฟ็กต์การจัดแสงคุณภาพระดับสตูดิโอ ทั้งกล้องหน้าและหลัง ให้การถ่ายเซลฟี่ที่ความคมชัดขึ้น

กล้องหลัง เซ็นเซอร์ 12MP ที่มีขนาดใหญ่และไวขึ้น มาพร้อมฟิลเตอร์สีใหม่ พิกเซลที่เก็บรายละเอียด
ได้ยิ่งกว่า และกล้องเทเลโฟโต้ใหม่ที่มาพร้อมระบบ OIS แบบคู่ป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอลและเลนส์ไวแสง จึงสามารถถ่ายรูปและวิดีโอได้สวยงาม โดดเด่นแม้ในสภาวะแสงน้อย

วิดีโอ คุณภาพสูงสุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน พร้อมด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหวสำหรับวิดีโอที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงการบันทึกวิดีโอระดับ 4K สูงสุด 60fps และสโลว์โมชั่นแบบ 1080p สูงสุด 240fps นอกจากนี้ ตัวเข้ารหัสวิดีโอที่ Apple ออกแบบจะวิเคราะห์ภาพและการเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์เพื่อให้ได้วิดีโอที่มีคุณภาพดีที่สุด


5. iOS 11


จอภาพ Super Retina และแทนที่ปุ่มโฮมด้วยการขยับนิ้วสั่งการที่รวดเร็วและลื่นไหล ช่วยให้ใช้งานได้อย่างคล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติ เพียงแค่ปัดขึ้นจากด้านล่างก็สามารถไปที่หน้าจอโฮมได้จากทุกที่ นอกจากนี้ยังรองรับ HEIF และ HEVC ทำให้บีบอัดข้อมูลและจัดเก็บรูปภาพและวิดีโอได้ดีขึ้นอีกสองเท่า


6. นำเสนอ Animoji อิโมจิภาพ 3D เคลื่อนไหว


กล้องหน้า TrueDepth เล่น Animoji ได้ โดยทำงานร่วมกับชิพ A11 Bionic เพื่อบันทึกและวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบนใบหน้าที่แตกต่างกันกว่า 50 รูปแบบ แล้วจำลองการแสดงออกทางใบหน้าเหล่านั้นบน Animoji ที่เคลื่อนไหวทั้ง 12 แบบ เช่น แพนด้า ยูนิคอร์น และหุ่นยนต์ แถมยังสามารถบันทึกและส่งหากันผ่าน iMessage ได้อีกด้วย


7. A11 Bionic


ชิพ A11 Bionic ชิพที่ทรงพลังและฉลาดที่สุดเท่าที่เคยมีในสมาร์ทโฟน มาพร้อมระบบการคิดแบบนิวรอลที่สามารถดำเนินการได้สูงสุดถึง 6 แสนล้านรายการต่อวินาที CPU แบบ 6 คอร์ และคอร์ประหยัดพลังงาน 4 คอร์ใน CPU แบบใหม่หมด ทำงานเร็วกว่าชิพ A10 Fusion ถึง 70% และคอร์ประมวลผลการทำงาน 2 คอร์นั้นก็เร็วขึ้นสูงสุดถึง 25% ในส่วนของ GPU เป็นแบบ 3 คอร์รุ่นใหม่ที่ออกแบบโดย Apple เร็วกว่าชิพ A10 Fusion สูงสุดถึง 30%

ระบบการคิดแบบนิวรอลในชิพ A11 ใหม่เป็นแบบ Dual-core จึงสามารถประมวลผลได้เร็วสุดยอดถึง 6 แสนล้านรายการต่อวินาที เหมาะสำหรับการประมวลผลแบบเรียลไทม์ และระบบการคิดแบบนิวรอลในชิพ A11 ยังได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับอัลกอริทึมการเรียนรู้ของจักรกล ทำให้สามารถใช้งาน Face ID รวมถึง Animoji และคุณสมบัติอื่นๆ ได้


8. ชาร์จไร้สาย


ด้วยดีไซน์กระจก ทำให้ชาร์จไร้สายได้กับอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของ Qi รวมถึงแผ่นรองชาร์จไร้สายแบบใหม่สองรุ่นจาก Belkin และ mophie ซึ่งจะมีจำหน่ายที่ apple.com และ ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตของ Apple4

ทั้งนี้ Apple ได้เผยโฉม AirPower อุปกรณ์เสริมสำหรับการชาร์จแบบไร้สายที่จะวางจำหน่ายในปี 2018 นี้โดยมีพื้นที่เพียงพอ สำหรับการชาร์จ iPhone 8, iPhone 8 Plus หรือ iPhone X ได้ถึง 3 ชิ้น ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึง Apple Watch Series 3 และกล่องชาร์จ AirPods แบบไร้สายใหม่ด้วย

iPhone X มีจำหน่าย 2 สีด้วยกันได้แก่ สีเงิน และสีเทาสเปซเกรย์ ในรุ่นความจุ 64GB และ 256GB ที่ apple.com รวมถึงตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตของ Apple และสามารถสั่งซื้อ iPhone X ได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 27 ตุลาคมเป็นต้นไป และจะวางจำหน่ายอีกที วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายนนี้ ในกว่า 55 ประเทศและเขตการปกครองทั่วโลก ได้แก่…

อันดอร์รา, ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, บาห์เรน, เบลเยียม, บัลแกเรีย, แคนาดา, จีน, โครเอเชีย, ไซปรัส, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, กรีนแลนด์, เกิร์นซีย์, ฮ่องกง, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, อินเดีย, ไอร์แลนด์, เกาะแมน, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เจอร์ซีย์, คูเวต, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก, มอลตา, เม็กซิโก, โมนาโก, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, นอร์เวย์, โปแลนด์, โปรตุเกส, เปอร์โตริโก, กาตาร์, โรมาเนีย,​ รัสเซีย, ซาอุดิอาระเบีย, สิงคโปร์, สโลวะเกีย, สโลวีเนีย, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, ไต้หวัน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกา

 

ที่มาภาพ www.apple.com

ติดตาม seventeen Thailand ได้ที่นี่…
♥ Website : www.seventeenthailand.com
♥ Instagram : www.instagram.com/seventeenthailand
♥ Facebook : www.facebook.com/SEVENTEENthailand
♥ Youtube : www.youtube.com/user/seventeenthailandTV
♥ Twitter : www.twitter.com/Seventeenthai

Comments

Ano

error: Content is protected !!