DREAM BIGGER งานในฝันกับ แอร์โฮสเตส

DREAM BIGGER

ทุกคนมีความฝัน อยากจะเรียนจบไปได้งานดีๆ ที่ชอบและอยากทำ แต่ก็ยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าควรเริ่มจากตรงไหนก่อน  seventeen จึงชวนทุกคนมาพบกับพี่สาวที่ประสบกับความสำเร็จใน
5 สายงานอาชีพ
(แอร์โฮสเตส, พิธีกรและผู้ประกาศข่าว, สถาปนิก, เจ้าของธุรกิจร้านกาแฟ และบล็อกเกอร์)  

เพื่อแชร์ไอเดียให้ความฝันของสาวๆ มีเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น 

Dream Bigger

ปลาวาฬ–ปวริศา ประสานสุทธิพร 24 ปี จบป.ตรี BBA จุฬาฯ (เกียรตินิยมอันดับ 1)

พี่นก-ณัฐรินทร์ กิตติทวีพันธ์ เจ้าของสถาบัน Ready To Fly

——

ลาวาฬ เจ้าของตำแหน่ง seventeen Sophisticated จากการประกวด seventeen ambassador 2015 มาปรึกษาว่า “ฉันพูดภาษาอังกฤษได้นะ แต่ทำไมถึงสอบแอร์ไม่ผ่านทั้ง 2 ครั้ง” เราจึงพาปลาวาฬไปพบกับพี่นก เจ้าของสถาบัน Ready To Fly  อดีตแอร์โฮสเตสที่ผันตัวมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสอน ปัจจุบัน
ลูกศิษย์พี่นกบรรลุความฝันเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเพียบเลยค่ะ

DREAM BIGGER

ปลาวาฬ : ทำไมบางคนตอบสัมภาษณ์ยาวๆ  ดูมีสมอง แล้วยังตกสัมภาษณ์คะ

พี่นก : อันดับแรก อะไรที่ยิ่งยาวไปยิ่งไม่น่าสนใจ เพราะว่าคนเราเดี๋ยวนี้ต้องการอะไรที่สั้นๆ เข้าใจง่าย จับต้องได้ ถึงจะดึงใจคนดูได้ ถ้าเกริ่นยาวไป พูดแบบไม่มีประเด็นไปเรื่อยๆ ความสนใจก็จะยิ่งลดลงเรื่อยๆ ยิ่งถ้าเป็นการสัมภาษณ์แอร์ หากกรรมการเจออย่างงี้ก็คงจะคิดว่า.. เมื่อไหร่จะพูดจบสักที

ในการคัดเลือกพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินนั้น คนที่สายการบินมองหาคือคนที่สามารถสร้างความประทับใจให้ผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นการปรากฏกาย บุคลิก น้ำเสียง จังหวะการพูด แววตา รอยยิ้ม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราไม่จำเป็นต้องนำเสนอผ่านคำตอบที่ฟังเราดูฉลาดคิดวิเคราะห์อะไรขนาดนั้น หมายความว่าในการสัมภาษณ์แอร์ ไม่ใช่คนที่พูดจาดูฉลาดที่สุดเรียนเก่งที่สุดจะถูกเลือก หากแต่คือคนที่สามารถนำเสนอความน่าประทับใจผ่านคำตอบที่ดูมีอะไร แต่ไม่เยอะ ไม่โอ้อวด โอเคว่าเราต้องการแอร์ที่ฉลาด มีไหวพริบ แต่ต้องเป็นคนที่ฉลาดนำเสนอแบบไม่อวดตัว พูดอะไรแล้วปิดจ๊อบให้ตัวเองได้ ไม่ใช่ออกนอกทะเลไปเรื่อยๆ ต่อความยาวสาวความยืดไม่สิ้นสุด

ปลาวาฬ : แล้วการ debate  ล่ะคะ

พี่นก : ด่าน Debate คือการวัดทักษะการสื่อสาร ซึ่งในการทำงานบนเครื่องจริงๆ เรื่องความเห็นที่แตกต่างกันนั้นมีอยู่แล้ว ยิ่งถ้าทำงานกับสายการบินต่างชาติที่มีแอร์หลายหลายสัญชาติ หลากหลายความคิด อีกทั้งความเข้าใจในภาษาอังกฤษ วิธีการร้อยเรียงประโยคก็ต่างกัน แล้วเราจะอยู่จะทำงานกับเขาอย่างไรให้ราบรื่น ‘ดีเบท’ จึงเป็นเครื่องมือในการวัดทั้งทักษะและศิลปะในการสื่อสาร โดยกำหนดให้แต่ละฝ่ายพูดในเรื่องที่ต้องคิดไม่เหมือนกัน

 

Dream Bigger

 

ปลาวาฬ : แล้วงาน Debate หรือ Group discussion ถ้าจะหาทางลงจะลงข้อสรุปยังไงคะ

พี่นก : มันมีหลายเทคนิค เช่น การพูดในลักษณะแบ่งรับแบ่งสู้ได้ เช่นอาจจะพูดว่า “ไอเดียที่คุณพูดมาดีมากเลย แต่เราขออนุญาตเสริมตรงนี้หน่อยนะคะ”  หลายคนที่ตกดีเบทคือสักจะโจมตีจุดโหว่ของฝ่ายตรงข้าม ไม่ก็เอาแต่พูดสิ่งที่ตัวเองอยากจะพูดแบบชั้นเตรียมชั้นท่องมาอย่างงั้น ชั้นก็พูดไปอย่างนั้น ไม่ได้ฟังว่าคนก่อนหน้าเค้าพูด หรือบางคนอาจจะอินกับ topic จัดจนลืมตัวใส่ความคิดความรู้สึกของตัวเองจริงๆมาเต็มเหนี่ยว มันก็อาจดเป็นคนก้าวร้าวไป
ซึ่งถ้าเจอคนประเภทแย่งซีน มีของก็ใส่เต็ม พูดไม่หยุดซะที การที่เรานั่งเอ๋อไม่พูดอะไรเลยเราก็ดูไม่ดี เราไปซัดกลับเราก็ดูไม่ดีเช่นกัน อันดับแรกเราอาจจะต้องประคับประคองสีหน้าแววตาของเราให้ได้ก่อน อย่าตระหนกหรือล่กไปตามบรรยากาศ ซึ่งเราก็จะได้คะแนนความเป็นผู้ฟังที่ดี ดูเป็นคนทีมีความมั่นคงทางอารมณ์และรับฟังคนอื่น แล้วค่อยหาจังหวะที่เหมาะสมในการสอดแทรกความคิดของเราเข้าไป  อย่าลืมว่างาน debate มันไม่ใช่งานวัด content มันเป็นการวัดความเหมาะสมต่ออาชีพลูกเรือ ภาพลักษณ์ และทุกอย่าง  ซึ่งอาชีพนี้การรักษาสีหน้า กิริยาเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเราคือหน้าตาของสายการบิน เราต้องไม่ยึดมั่นถือมั่นในตัวเองเกินไปด้วย

ปลาวาฬ : ถ้ามีคนที่พร้อมพูดเพื่อจะฆ่าเราก็ควรจะปล่อยเขาไปใช่มั้ยคะ

พี่นก : ก็ในสภาพการทำงานจริงๆ ถ้าเราเถียงหรือตอบโต้กลับกับทั้งผู้โดยสารหรือเพื่อนร่วมงาน มันจะทำให้เราก็จะไม่รอดเหมือนกัน ทั้งการคัดเลือกแอร์ และการทำงานจริงเราต้องใช้ ทักษะการอยู่ในสังคมร่วมกับผู้อื่นตลอดเวลา ซึ่งเราต้องรู้จักปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์และผู้คนเฉพาะหน้าของเราได้ สิ่งที่เราควรมีไว้เสมอคือ สติ และดูว่าแต่ละกลุ่มคนเป็นยังไง

Dream Bigger

ปลาวาฬ : ระหว่างการทำ Group discussion จะดีไหมคะถ้าเราจะวางตัวเป็นผู้นำของกลุ่ม

พี่นก : แล้วแต่สไตล์เฉพาะคน และแล้วแต่สถานการณ์เฉพาะหน้าค่ะ แต่ละคนเกิดมาด้วยบุคลิกที่เป็นตัวเองอยู่แล้ว บางคนเป็นผู้นำประเภทที่ใครๆ ก็ยอมรับ บางคนชอบการเป็นผู้ตามที่ดี บางคนเป็นคนคุยเก่งและชอบเริ่มคุยก่อน แต่บางคนทำยังไงเขาก็ไม่ใช่คนที่จะเริ่มบทสนทนาได้ บางคนเป็นสไตล์ขวานผ่าซากพูดทีไรแล้ววงแตกทุกทีแต่จริงๆ เขาไม่มีอะไร  เราต้องรู้ว่าเรามีจุดแข็งจุดอ่อนอะไรบ้างก่อน แล้วจึงค่อยๆปรับตัวเองในด่านคัดเลือกโดยที่ไม่รู้สึกฝืนเกินไป

ปลาวาฬ : แต่ถ้าเราไม่ได้เป็นลีดเดอร์ ก็กลัวจะโดนเขาแย่งซีน

พี่นก : น้องคิดว่ากรรมการ recruit คนมากี่หมื่นกี่พันคน ในเมื่อเรายังมองออกว่าคนคนนี้เป็นยังไงแล้วทำไมกรรมการจะมองไม่ออกล่ะ ไม่ต้องกลัวโดนใครแย่งซีนและก็อย่าไปแย่งซีนใคร แต่จงเป็นคนที่น่าทำงานด้วย ไม่ต้องไปกลัวคนที่พร้อมฆ่าคนอื่น เขาฆ่าเราไม่ได้หรอก เราต้องมีทักษะในการรับมือกับเหตุการณ์และคนพวกนี้ ซึ่งในการทำงานจริงเราไม่รู้ว่าจะต้องเจอคนที่ดูถูกคนไทย เหยียดคนเอเชียเมื่อไร แต่เราต้องมั่นคงพอเสมอ และมีวิธีรับมือกับคนที่แตกต่างกับเราได้ มันคือทักษะทางสังคม

ปลาวาฬ : เท่าที่คุยกันมาพี่ว่าหนูตกสัมภาษณ์เพราะอะไรคะ

พี่นก : จังหวะในการโต้ตอบหนูไวเกินไป โดยเฉพาะเวลาจะถามอะไร ต้องรอให้อีกฝ่ายพูดจบก่อน แล้วค่อยพูด บางคนเห็นหนูแล้วอาจไม่กล้าเรียกใช้บริการนะ เพราะหนูมีออร่าของความอยู่เหนือกว่าผู้โดยสาร ฉะนั้นในการสัมภาษณ์ครั้งต่อไป ถึงแม้เราจะรู้แล้วว่ากรรมการจะถามอะไร แต่อย่ารีบพูดแทรก ฟังให้จบก่อน เค้าจะได้เห็นว่าเราเป็นคนรอเป็น ใจเย็น และรับฟังคนอื่น (แม้ว่าเราจะรู้แล้วก็ตามว่าเขาจะพูดอะไร)  ต้องรอให้เขาพูดจบก่อน แล้วค่อยพูด และก็อย่าหลบตาบ่อย การสบตาคือการแสดงความจริงใจและเต็มใจพูดคุยกับอีกคนหนึ่ง มันเหมือนกับเวลาเราที่เราเป็นผู้โดยสารบนเครื่องบิน เราก็มองก่อนว่า เอ.. จะเรียกพี่แอร์คนไหนดี คนนี้ดูดุเนอะ เราก็ไม่เรียก คนนี้หน้าตาเหวี่ยง กลัวขออะไรแล้วจะโดนด่า เราจะเล็งก่อน เราจะขอคนที่ดูหน้าตาน่าให้บริการ

Dream Bigger

************************************************

ตัวอย่างคำถาม

Q : คุณมีวิธีแก้ปัญหางานประจำของคุณก่อนหน้านี้อย่างไร

ปลาวาฬ : ให้พี่ซีเนียร์สอนงานให้

พี่นกแนะนำว่า : ตอบได้สำหรับบางสาย แต่ในบางสายการบินเขาต้องการเห็นความเป็นผู้ใหญ่ เราอาจจะต้องคิดทางแก้ไปเองก่อนว่าเราคิดว่าจะแก้ปัญหายังไง แล้วค่อยไปปรึกษาซีเนียร์ว่าเราจะแก้อย่างนี้ๆ โอเคมั้ย การเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินคือการต้องแบกรับหน้าที่การดูแลชีวิตคนอื่น ฉะนั้นเราต้องมีความเป็นผู้ใหญ่พอที่จะรู้จักแก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยตัวเอง

Q :  คุณเคยมีประสบการณ์การถ่ายแบบ เดินแบบ แสดงว่าคุณจะต้องเคยชินกับการถูกเอาใจใช่ไหม

ปลาวาฬ : เราไม่ได้โดนเอาใจ แต่เอาใจเขาด้วยซ้ำ เพราะอยากมีงานทำ และเขาก็มีงานให้ทำ

พี่นกแนะนำว่า : ตอบได้ค่ะ การที่เขาถามเราแบบนี้ แสดงว่าเขาอยากรู้ว่าเรามองตัวเราเองอย่างไร เรา self-centered หรือเปล่า ซึ่งเขาไม่ต้องการคนที่มองเห็นตัวเองเหนือกว่าดีกว่าผู้อื่น ในการตอบคำถามแบบนี้ พยายามตอบแค่ว่าประสบการณ์เดินแบบ ถ่ายแบบ  ถ่ายโฆษณา มันเป็นแค่งานหนึ่งที่บังเอิญเราได้รับโอกาสนี้ และมันก็ทำให้เรามีรายได้เลี้ยงตัวเองดูแลครอบครัวได้ และเราก็ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ไม่ได้รู้สึกว่ามันทำให้เรากลายเป็นดาวเด่นต่างจากคนอื่นที่หาเลี้ยงชีพอะไร

 

ปกติเวลาพี่สอน พี่จะจูนแอดติจูดให้รู้ว่างานบริการต้องการอะไร สายการบินต้องการอะไร อะไรเป็น Keyหรือแก่นหลักที่เราต้องนำเสนอในแต่ละด่าน และพรีเซนต์อย่างเหมาะสมในแต่ละคำถาม

ช่องทางติดตาม seventeen Thailand

♥ Website : http://www.seventeenthailand.com/
♥ Instagram : https://www.instagram.com/seventeenthailand/
♥ Facebook : https://www.facebook.com/SEVENTEENthailand
♥ Youtube : http://www.youtube.com/user/seventeenthailandTV
♥ Twitter : https://twitter.com/Seventeenthai
♥ Snapchat : https://www.snapchat.com/add/seventeenthai

 

Comments