เดินทะลุโรงละครแซนด์ส เธียเตอร์ ดูหลังฉากละครเพลง ALADDIN

เพิ่งดูหนังฉบับคนแสดงของ Aladdin ที่วิลล์ สมิธรับบทจีนี ยักษ์จากตะเกียงวิเศษ ซึ่งกลายเป็นป๋าดัน ให้เด็กหนุ่มอะลาดดินกลายเป็นเจ้าชาย ได้ครองรักกับเจ้าหญิงจัสมิน ลูกสาวสุลตาน ท่ามกลางความพยายามขัดขวางของตัวร้ายจาฟาร์ กันไปแหม็บๆ เมื่อพฤษภาฯ นี่เอง จู่ๆ ก็มีละครเพลง Aladdin โผล่มาเล่นถึงเมืองลอดช่อง (ที่เดินหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอนะ ไอ้ลอดช่องสิงคโปร์เนี่ย) ภายใต้การนำเสนอของเบส เอนเตอร์เทนเมนท์ (เอเชีย) ที่แซนด์ส เธียเตอร์ และเปิดแสดงรอบแรกไปแล้วตั้งแต่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา ใครที่อยากชมอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.marinabaysands.com/entertainment/shows/aladdin.html โดยจะมีให้ชมถึงวันที่ 1 กันยายน และเล่นที่นี่ที่เดียวในเอเชีย

หลังจากนั้นสี่วันก็เป็นเวลาของสื่อ (แปลกเนาะรอบสื่อมาทีหลังแบบนี้) แต่ก่อนหน้าหนึ่งวัน ก็มีงาน Media Call ซึ่งพูดตามประสาบ้านเรา ก็คงเป็นงานแถลงข่าวซึ่งจัดกันที่โรงละครแหละจะไปไหนไกล อุ่นเครื่องให้ระอุสักหน่อย

สำหรับที่ตั้งของโรงละครแซนด์ส เธียเตอร์ อยู่ที่มารีนา เบย์ แซนด์ส อาคารขนาดใหญ่ที่มีทั้งสถานบันเทิงและห้างร้านต่างๆ ทั้งคาสิโน, ช้อปปิง เซนเตอร์, สถานที่จัดแสดงงาน และแน่นอนโรงละคร การเดินทางก็ง่าย นั่งรถไฟฟ้าสายสีแดงมาที่สถานีเบย์ฟรอนท์ จากนั้นก็เดินขึ้นมาเรื่อยๆ ก็ถึง เพราะสถานีอยู่ใต้ตึกนี่ล่ะ

งานแถลงข่าวก็ว่ากันแบบเรียบๆ พิธีรีตรองไม่เยอะ คนดำเนินรายการ ก็สก็อทท์ เทย์เลอร์ เจ้าของตำแหน่ง Associate Director ของคณะละครนี่ละ หลังจากเกริ่นนำถึงความเป็นมาของละคร ที่จริงๆ แล้วมาก่อนหนังคนเล่นเยอะ เพราะเปิดแสดงตั้งแต่ปี 2011 คุณสก็อทท์ก็นำเข้าสู่การแสดงเรียกน้ำย่อย ที่มีให้ชมแบบสามฉาก คือ ฉากเพลง “Arabian Nights”, “A Million Miles” และ “Friend Like Me” ที่ฉากแรกกับฉากสุดท้าย จะคัดมาเฉพาะไฮไลท์ ส่วนเพลงที่สองบอกเลยมาเต็ม

แต่ก่อนจะโชว์ของแต่ละฉาก คุณสก็อทท์อีกนั่นแหละ (ทำงานหนักจัง) ก็จะเอานักแสดงคนสำคัญๆ มาแนะนำด้วย เริ่มจากตัวละครที่คุ้นตาจากแอนิเมชันและหนัง จีนี (แกเร็ธ จาค็อบส์), อะลาดดิน (แกรม อิซาโก), จัสมิน (ชับชรี แคนเดียห์), จาฟาร์ (แพทริค บราวน์) แล้วก็บรรดาตัวละครใหม่สำหรับฉบับละคร แบบคัค (ทรอย ซุสส์แมน), โอมาร์ (อดัม ดิ มาร์ติโน) และ คาสซิม (ร็อบ มัลเล็ท) ที่จะมาเป็นเพื่อนซี้ของอะลาดดินแทนเจ้าลิงอาบู ส่วนอิอาโก – นกแก้วตัวแสบของจาฟาร์ ก็จะเปลียนเป็นคนชื่อเดียวกัน ที่รับบทโดย โดรอน เชสเตอร์

การแสดงในแต่ละฉากก็เรียกน้ำย่อยอยากชมให้ไหลจ๊อกกก… จริงๆ โดยเฉพาะ “Friend Like Me” ที่จาค็อบส์กับอิซาโกทั้งร้องทั้งเต้นกันสะใจ พร้อมทีมแดนเซอร์ในชุดสีทองอร่ามตา ส่วนเสียงร้องนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะแม้จะเป็นโปรดัคชันของออสเตรเลีย แต่ก็ได้รับการดูแลจากแผนกละครเวทีของดิสนีย์อย่างใกล้ชิด

เสร็จจากโชว์ตัวอย่าง ก็ว่ากันต่อที่การให้สัมภาษณ์ของนักแสดงที่แบ่งเป็นสองกลุ่ม พระ-นาง-จีนี ตามด้วยกลุ่มนักแสดงสมทบที่มีทั้งตัวร้าย-เพื่อนๆ ของอะลาดดิน-สมุนของจาฟาร์ และสุลต่าน แล้วปิดท้ายด้วยทีมงาน ที่นำโดยสก็อทท์ เทย์เลอร์ นั่นละ

จบแล้วก็จะเป็นเวลาสำคัญ เพราะจะมีสักกี่ครั้งที่เราจะได้เดินขึ้นเวทีละคร ทะลุไปออกด้านหลัง ไล่ขึ้นไปถึงห้องแต่งตัวนักแสดง และครั้งนี้ก็เป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่ครั้งที่ว่า โดยทีมงานของคณะละคร จะนำสื่อมวลชนและผู้ที่ได้รับเชิญทั้งหลาย ไปรับรู้ถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ที่อยู่เบื้องหลังเวที ไม่ว่าจะเป็นไปสัมผัสกับเบื้องหลังของละครเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

เริ่มกันตั้งแต่บนเวที จากนั้นก็เป็นหลังฉากที่เต็มไปด้วยสิ่งของมากมาย ที่น่าสนใจไม่แพ้เบื้องหลังอันลึกลับของละคร Aladdin ก็คือ ผนังทางเดินด้านหลังของโรงละคร ที่บรรดาคณะละครเรื่องต่างๆ ที่เคยมาเล่นพ่นจารึกไว้เป็นที่ระลึก

และไม่ใช่สุดทางเพียงแค่นี้ ทีมงานยังพาไปบุกห้องแต่งตัว ดูโต๊ะเครื่องแป้งของทีมงาน และเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายสารพัด ก่อนจะตะลุยไปถึงโกดังเก็บของประกอบฉาก ซึ่งสารพัดสิ่งเหล่านี้ถูกขนข้ามน้ำข้ามทะเลกันมาโดยตู้คอนเทนเนอร์ถึง 40 ตู้ ที่ระหว่างสื่อเดินชมไป ทีมงานแนะนำโน่นนี่นั่นไป เจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบก็ยังคงคุยงานกันแบบไม่ยอมให้เวลาเสียไปเปล่าๆ ปลี้ๆ เพราะการแสดงมีทุกวัน ปัญหาหรือข้อบกพร่องอาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทุกอย่างต้องเตรียมพร้อมให้ดีที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กระทั่งการแสดงที่เป็นแค่โชว์เรียกน้ำย่อยที่ได้ชมก่อนหน้า ก็แสดงให้เห็นเลยว่า ทั้งอารมณ์ โปรดัคชันนั้น มาเต็มเหลือเกิน

===============================

 

เรื่องและภาพ  นพปฎล พลศิลป์

ภาพบางส่วนจาก www.marinabaysands.com

 

Comments

error: