20 อาหารที่แย่สุดๆ แต่เราเข้าใจมาตลอดว่ามันดี!!

20 อาหารที่แย่สุดๆ แต่เราเข้าใจมาตลอดว่ามันดี!!

เที่ยงแล้วเหมาะกับการอ่านเรื่องอาหารเป็นอย่างยิ่ง seventeen ได้รวบรวมรายการอาหารที่

ควรจะกินและควรจะเลี่ยงในตอนนี้มาฝาก ซึ่งคงช่วยให้สาวๆเลือกกินได้บ้าง

เป็นผู้หญิงอย่าตามใจปากนะคะ

 

1 ต้นอ่อนข้าวสาลี
สมาคมนักกำหนดอาหารของอังกฤษเผยว่าน้ำคั้นจากต้นอ่อนข้าวสาลีไม่ได้ดีอย่างที่คิด เพราะยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาสนับสนุนคำกล่าวอ้างในเรื่องของการป้องกันการอักเสบหรือการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง และถ้าเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ น้ำคั้นจากต้นอ่อนข้าวสาลีก็ไม่ได้มีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าผักโขมหรือบรอกโคลีด้วย

2 สลัดสำเร็จรูป
สลัดสำเร็จรูปไม่ได้ช่วยทำให้สุขภาพดี เพราะเป็นสลัดที่มีปริมาณแคลอรีสูง แถมน้ำสลัดที่ให้มาก็มีปริมาณน้ำตาลสูงด้วย แลมเบิร์ตจึงแนะนำให้เช็ครายการส่วนผสมในฉลากที่แปะอยู่บนสลัดแต่ละกล่อง แล้วค่อยเลือกซื้อมากิน

3 อินทผลัม
แลมเบิร์ตบอกว่า “กินแค่วันละสามเม็ด ปริมาณน้ำตาลที่ร่างกายได้รับก็สูงแล้ว นี่ยังไม่รวมส่วนที่ใช้เป็นส่วนผสมในอาหารว่างประเภทธัญพืชอัดแท่ง ‘เพื่อสุขภาพ’ ที่ทำกินเองเลย และในกรณีที่ผู้ผลิตใช้เป็นสารให้ความหวานตามธรรมชาติในผลิตภัณฑ์ต่างๆ อัตราส่วนของปริมาณกากใยอาหารที่มีประโยชน์ต่อปริมาณน้ำตาลฟรุคโตสก็ยังต่ำมากด้วย”

4 ถั่ววาซาบิ
จัดเป็นถั่วที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการเลยและมีผลต่อสุขภาพไม่ต่างจากช็อกโกแลตหนึ่งชิ้นเล็กๆ เพราะเป็นถั่วที่ผู้ผลิตนำมาเคลือบน้ำมันและผงวาซาบิ ซึ่งทำจากน้ำตาล เกลือและสารเคมี แลมเบิร์ตจึงแนะนำให้ซื้อถั่วอบรวมมิตรมากินแทน เพราะกินเป็นอาหารว่างได้เหมือนกัน แต่มีปริมาณน้ำมันและน้ำตาลต่ำกว่า

05 แครอตดิบ
ใครๆ ก็รู้ว่าแครอตดิบเหมาะที่จะกินเป็นผักจิ้มฮัมมุส แต่ถ้านำไปผัดเนย แครอตกลับให้คุณค่าทางโภชนาการมากกว่า “แครอตดิบมีเบต้าแคโรทีนแค่ประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์” บาร์นาร์ดบอก “แต่ถ้านำไปผัดโดยใช้เนยคุณภาพดี ตัวเลขนี้จะเพิ่มเป็นสิบเท่าเลยทีเดียว”

6 ผักเคล
“ผักเคลอุดมด้วยวิตามินเอ บี 6 ซีและเค” แลมเบิร์ตยอมรับ “แต่ผักชนิดนี้ก็มีปริมาณราฟฟิโนสสูงเช่นกัน ซึ่งน้ำตาลชนิดที่ย่อยยากนี้อาจจะทำให้ท้องอืด สารกอยโตรเจนในใบยังอาจขัดขวางการดูดซึมไอโอดีนในต่อมไทรอยด์จนทำให้มีอาการอ่อนเพลียและน้ำหนักตัวเพิ่มด้วย”

7 น้ำมันมะพร้าว
ถึงจะยังไม่ค่อยมีผลวิจัยที่เชื่อถือได้ในเรื่องประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว แต่เราก็รู้ว่าถ้าเทียบกันกรัมต่อกรัม น้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์พิเศษมีปริมาณแคลอรีต่ำกว่า และมีปริมาณ “ไขมันดี” สูงกว่า โดยเฉพาะยี่ห้อที่ทำจากมะกอกกรีกซึ่งมีปริมาณสารโพลีฟีนอลที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันสูงที่สุด

8 เก๋ากี้
หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ว่าเก๋ากี้หรือโกจิเบอร์รีช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของสมอง ช่วยป้องกันโรคหัวใจและมะเร็ง รวมถึงช่วยเพิ่มอายุขัย ทว่ายังไม่ผ่านการรับรองจากสมาคมนักกำหนดอาหารของอังกฤษ ฉะนั้นคำแนะนำก็คือ “คุณควรจะกินผักผลไม้หลายๆ ชนิด ไม่ใช่ทุ่มเงินให้กับผักผลไม้แค่ชนิดเดียวที่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่ามีประโยชน์จริงอย่างเก๋ากี้”

9 น้ำส้มคั้น
ข้อมูลใน Fat Chance ของ ดร.โรเบิร์ต ลัสติก และผลวิจัยที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2013 ชี้ว่าน้ำส้มคั้นไม่ได้มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างที่เราเคยเชื่อกัน เพราะเป็นเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง ไม่มีใยอาหาร แถมมีปริมาณแคลอรีสูงกว่าเบียร์เสียอีก คุณจึงควรจะกินส้มเป็นลูกๆ มากกว่า

10 แตงกวา
แม้จะมีปริมาณแคลอรีต่ำ แต่แตงกวาก็เป็นผักที่มีโพแทสเซียม แมกนีเซียมและวิตามินซีไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่ควรบริโภคในแต่ละวัน ถ้าไม่อยากเสียเวลาเคี้ยว คุณควรจะเลิกใส่แตงกวาในแซนด์วิช แล้วเปลี่ยนมาใส่ใบเพอร์สเลนแทน เพราะนอกจากอุดมด้วยกรดไลโนเลนิกซึ่งดีต่อสุขภาพหัวใจ ผักชนิดนี้ยังมีปริมาณเบต้าแคโรทีนสูงกว่าผักโขมด้วย

11 กราโนลา
“กราโนลาที่ขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตมักจะอุดมด้วยน้ำตาลในรูปของซอสเคลือบและผลไม้อบแห้งที่ใส่ลงไป” แลมเบิร์ตเตือน “ถ้าคุณซื้อมากิน ฟรุคโตสส่วนเกินจะเปลี่ยนรูปเป็นวีแอลดีแอลหรือคอเลสเตอรอลที่มีปริมาณไตรกลีเซอไรด์สูง จึงทำให้เกิดการสะสมไขมันในร่างกาย” ฉะนั้นถ้าไม่อยากให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไป คุณควรจะซื้อแบบที่ไม่มีผลไม้อบแห้งและหั่นกล้วยใส่ลงไปแทน

12 น้ำมะพร้าว
“ผลวิจัยชี้ว่าการดื่มน้ำเปล่าหลังออกกำลังกายช่วยป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำได้ดีไม่แพ้การดื่มน้ำมะพร้าวเลย” แลมเบิร์ตบอก “ถึงจะมีสารอิเล็กโทรไลต์ แต่น้ำมะพร้าวก็มักจะมีปริมาณน้ำตาลสูง ถ้ากลัวว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย คุณควรจะเช็ครายการส่วนผสมในฉลากให้ดีก่อน โดยยี่ห้อที่ซื้อมาดื่มควรจะมีส่วนผสมแค่รายการเดียว นั่นคือน้ำมะพร้าว”

13 อาไซอิเบอร์รี
เราเชื่อกันว่าอาไซอิเบอร์รีมีประโยชน์มากมาย แต่กระแส “สุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพ” ของผลไม้ชนิดนี้ก็ยังไม่ค่อยมีผลวิจัยรองรับ และถ้าพิจารณาในแง่ของปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ แลมเบิร์ตบอกว่า “ซื้อบลูเบอร์รีกินดีกว่า จะได้ไม่ต้องไปหาซื้ออาไซอิเบอร์รีสดถึงบราซิล”

14 แอปริคอตอบแห้ง
“ผลไม้อบแห้งส่วนใหญ่มีปริมาณน้ำตาลสูงกว่าผลไม้สดชนิดเดียวกันถึงสามเท่า” แลมเบิร์ตกล่าว “ด้วยขนาดที่เล็กกว่าก็จะทำให้คุณกินถึง 5 ลูก ไม่ใช่ 1 ลูกอย่างในกรณีของผลไม้สด ซึ่งจะทำให้ร่างกายได้รับฟรุคโตสมากเกินไป สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ผู้ผลิตใส่ลงไปเพื่อทำให้แอปริคอตอบแห้งมีสีส้มสวยยังทำให้คนที่เป็นโรคหอบหืดแสดงอาการทันที” ฉะนั้นถ้าอยากกินแบบอบแห้งจริงๆ คนที่เป็นโรคหอบหืดก็ควรจะซื้อแบบออร์แกนิก

15 แซลมอนเลี้ยง
ดร.โทมัสไม่แนะนำให้กินแซลมอนเลี้ยง ซึ่งเธอบอกว่า “ทำให้สภาวะแวดล้อมมีแต่สารมลพิษที่มีส่วนเกี่ยวโยงกับการเป็นโรคเบาหวาน” ถ้าเทียบกับแซลมอนธรรมชาติ แซลมอนที่เลี้ยงแบบเร่งโตมีปริมาณไขมันอิ่มตัวสูงกว่าถึงสามเท่า (เพราะเจ้าของฟาร์มเลี้ยงด้วยอาหารปลาที่อุดมด้วยไขมัน) และมีปริมาณแคลอรีสูงกว่าถึง 40 เปอร์เซ็นต์ด้วย

16 น้ำเชื่อมอากาเว
ดร.โทมัสบอกว่า “น้ำเชื่อมอากาเวมีคุณสมบัติทางเคมีคล้ายกับน้ำเชื่อมข้าวโพดชนิดฟรุคโตสสูง แต่ในขณะที่กลูโคสจะถูกนำไปใช้โดยทุกเซลล์ในร่างกาย ฟรุคโตสกลับถูกเผาผลาญโดยตับเท่านั้น” แล้วคตพอตับเริ่มทำงานหนักเกินไป ฟรุคโตสส่วนใหญ่ที่ร่างกายได้รับก็จะเปลี่ยนรูปเป็นไขมัน “เลิกกินน้ำเชื่อมอากาเว” แลมเบิร์ตแนะ “แล้วหันมากินน้ำผึ้งธรรมชาติและน้ำเชื่อมเมเปิลแท้ดีกว่า”

17 ไอศกรีมโยเกิร์ต
“ไอศกรีมโยเกิร์ตไม่ใช่ผลิตภัณฑ์นมที่ดีต่อสุขภาพ” แลมเบิร์ตกล่าว “เพราะกระบวนการแช่แข็งมักจะทำลายแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ และหลายยี่ห้อก็มีส่วนผสมของน้ำตาลไม่น้อยเลยด้วย” แลมเบิร์ตจึงแนะนำให้เพิ่มปริมาณโปรตีนที่ร่างกายจะได้รับโดยกินไอศกรีมที่มีส่วนผสมของโปรตีนเวย์แทนไอศกรีมโยเกิร์ต

18 นมอัลมอนด์
“แม้จะไม่ได้เหมารวมทั้งหมด แต่นมอัลมอนด์หลายยี่ห้อก็หวานจัดและมีคุณค่าทางโภชนาการตามธรรมชาติน้อยมาก คือถ้าไม่ใช่นมอัลมอนด์เสริมวิตามินก็จะไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรเลย” แลมเบิร์ตกล่าว ถ้าพิจารณาจากตัวเลือกที่มี คุณจึงควรจะเปลี่ยนจากผลิตภัณฑ์นมอัลมอนด์ที่ดื่มเป็นนมถั่วเหลือง ซึ่งมีปริมาณโปรตีนและแคลเซียมสูงกว่ามากทีเดียว

19 ข้าวโพดคั่ว
ข้าวโพดคั่วยังห่างไกลจากการเป็นอาหารว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการ แลมเบิร์ตบอกว่าปัญหาคือ “การใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่ทำให้ผู้บริโภคหลงเชื่อว่าข้าวโพดคั่วแบบหวานดีต่อสุขภาพ ทั้งๆ ที่มีปริมาณน้ำตาลและเกลือสูง บางยี่ห้อก็มีปริมาณแคลอรีพอๆ กับน้ำอัดลมอีกต่างหาก” นั่นแปลว่ากินเฉพาะตอนไปดูหนังก็พอ

20 เส้นซูกินี
“ซูกินีมีปริมาณโพแทสเซียมและวิตามินซีค่อนข้างสูง แต่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตซึ่งยังจำเป็นต่อร่างกายค่อนข้างต่ำ” แลมเบิร์ตกล่าว “เพราะสมองของมนุษย์เราใช้กลูโคสจากคาร์โบไฮเดรตในการสร้างเซโรโทนิน ถึงกรดอะมิโนทริปโตฟานในซูกินีจะมีส่วนในเรื่องนี้ แต่ถ้าไม่มีคาร์โบไฮเดรต ทริปโตฟานในเลือดก็ผ่านสู่เซลล์สมองไม่ได้”

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Men’s Health Thailand 

ช่องทางติดตาม seventeen Thailand

♥ Website : http://www.seventeenthailand.com/
♥ Instagram : https://www.instagram.com/seventeenthailand/
♥ Facebook : https://www.facebook.com/SEVENTEENthailand
♥ Youtube : http://www.youtube.com/user/seventeenthailandTV
♥ Twitter : https://twitter.com/Seventeenthai
♥ Snapchat : https://www.snapchat.com/add/seventeenthai

Comments