10 ที่สุดของ ว่าน ธนกฤต

10 ที่สุดของ ว่าน ธนกฤต 

ปีนี้ครบ 10 ปีในวงการของ ว่าน-ธนกฤต พานิชวิทย์ พี่เขาจัดที่สุดของคอนเสิร์ต ‘10 ปี ว่าน โซโลอิสท์ อะโลนเวร่า คอนเสิร์ต ตอน คนดีศรีขาวจ๋อง’ มาให้แฟนเพลงได้สนุกกัน seventeen เลยขอร่วมด้วยช่วยจัด 10 ที่สุดของพี่ว่านมาให้ชาวเราได้อ่านกันมันๆ ด้วย

wan

1.  10 ปีนี้ที่ได้มากที่สุด

“ผมทราบว่ามันมีประตูหลายบานที่เรายังไม่เคยเปิดผ่านไปเจอเลยครับ เหมือนทุกงานที่ได้ออกไปทำเนี่ยครับ หลายคนจะบอกว่า “มีงานอะไรอีกมั้ยที่ยังไม่เคยทำ” ใช่มั้ยครับ แต่ผมเลือกตอบอีกแบบหนึ่งว่า ไม่ใช่ตำแหน่งงานที่เรายังไม่เคยทำ แต่กลายเป็นคนบางกลุ่มที่เราไม่เคยเจอต่างหาก เช่น งานร้องเพลงแบบเดิม วันนี้ร้องในที่ที่เป็นผับ คนในผับก็คือคนที่มาสนุก มาดื่ม วันรุ่งขึ้นต้องไปร้องเพลงที่เป็นของหน่วยทหาร ผมก็ร้องเพลงแบบเดิม ร้องเพลงเดิมด้วยซ้ำ แต่ว่าบรรยากาศก็เปลี่ยนไปอีก คนฟัง สิ่งที่ตอบกลับมาก็เปลี่ยนไป ฉะนั้นความรู้สึกที่ผมชอบเวลาเล่นคอนเสิร์ตคือ เราเล่นอะไรก็ได้เลยครับ อะไรก็ได้จริงๆ อาจจะไม่ได้ตรงกับสิ่งที่เราเตรียมมา แต่ทำให้เขาสนุกที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ในวันนั้นนะครับ พาเขาไปสู่ประตูแห่งความสุข ครับ”

2. พลาดที่สุด

“ไอ้เรื่องผิดพลาดมีอยู่เสมอนะครับ อย่างคอนเสิร์ตล่าสุดที่เล่นของสามแยกปากหวาน คอนเสิร์ตที่เหมือนทุกอย่างเตรียมพร้อมหมด ก็ยังมีการผิดพลาด ซึ่งถ้าเป็นสมัยเด็กกว่านี้มันเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดมาก คืออยู่ดีๆ สายกีตาร์ที่ต้องเล่นก็เพี้ยนขึ้นมาสองสาย ทั้งที่ก็ตั้งสายแล้ว สรุปเพี้ยนก็เหวอ ตอนแรกผมก็ “เอาไงดีวะ เล่นต่อไปก็น่าจะเลอะเทอะแน่นอน” เพราะว่ามาตั้งสายบนเวทีคอนเสิร์ตใหญ่มันก็คงไม่ได้ โชคดีที่ประสบการณ์บอกว่าวางเถอะ แล้วก็ลุยต่อ แต่ลุยต่อยังไงเดี๋ยวค่อยคิด ตอนนั้นแต่งชุดแบบอยู่ท้องนาเล่นเพลง ‘ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน’ อะไรสักอย่างประมาณนี้ครับ แล้วก็เลยวางแล้วบอกว่า “เนี่ยครับ กีตาร์ต่างจังหวัดมันไม่ค่อยดี ไม้เม้ยมันไม่ดี…” คือเราก็ต้องรอดออกไปจากเรื่องนี้ให้ได้ โดยที่ไม่ได้ออกไปแบบไปว่า “โอ้โห ไม่ตั้งสายเลยนะครับ!” ต้องไม่ทำร้ายคนเพราะว่าเขากำลังมีความสุขกันอยู่ เลยแก้ปัญหาด้วยการแกล้งบ้าไปซะ ว่าแบบ “โอ… กองฟางเนี่ยมันร้อนครับ ช่วงนี้…” ก็ว่าไป แล้วก็ร้องอย่างเดียว หันไปบอกมือเปียโน บอกว่า “เล่นเลยๆๆๆ”

wan

3.  ไม่ถนัดที่สุด

“งานที่ทำแล้วรู้สึกเขินแล้วไม่ชอบเลยนะครับ ก็คือ งานถ่ายแฟชั่น ซึ่งผมหลีกเลี่ยงตลอดเลย เพราะรู้ว่ามีคนทำได้ดีกว่าผมอีกเต็มเลย ให้เขาทำดีกว่า อย่าไปทำให้เขาทำงานช้าลงเลยครับ ผมไม่แน่ใจว่าวิธีการยิ้มของคนเนี่ยมันมีกี่ประเภท เพราะว่าทำไปแล้วมันไม่ค่อยถูกใจตากล้องอ่ะครับ คือปกติเวลาเราพูดคุยกันเราก็จะมีสีหน้าอารมณ์ออกไปโดยที่เราไม่ได้จำว่าเรายิ้มแบบไหน ไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องนี้เลยครับ “เดี๋ยวอันนี้หน้านิ่งๆ เลยครับ ไม่ได้นิ่งแบบนั้นครับ” อู๊ยยย มีนิ่งหลายแบบเว้ย ผมแบบ… เฮ้ย ศาสตร์นี้เราไปไม่ถึงแน่ๆ ยิ้มหกประเภท นิ่งสี่ประเภท ไม่รู้เรื่องเลยครับ และโดยเฉพาะท่วงท่าการจัดระบบร่างกาย เช่น “ล้วงกระเป๋า” ผมล้วงกระเป๋าเข้าไปครับ ล้วงปุ๊บ “นิ้วก็ต้องออกมาจากกระเป๋าสักนิ้วหรือสองนิ้วครับ” อะไรยังงั้นน่ะครับ ล้วงกระเป๋าอยู่ดีๆ อยากมีที่พักพิง โอ้โหย เรื่องใหญ่แบบเหมือนเปลี่ยนรัฐบาลเลยสำหรับผมเนี่ย”

4. ที่สุดแห่งชื่อเพลง

“ถ้าที่สุดเลยแล้วไม่หลุดโลกจนเกินไป แล้วก็ได้รับการตอบรับดีผิดปกติคือ “คนไม่มีเวลา” สมมติว่าคนไม่มีเวลาเนี่ยจริงๆ มันคือคนที่ยุ่งๆ คนที่ไม่สนใจคนอื่น แต่สิ่งที่อธิบายในเพลงคือคนที่ไม่มีผลต่อกาลเวลา หรือกาลเวลาไม่มีผลกระทบต่อเขาต่างหาก แล้วมันก็กลายเป็น Super love song ที่ผมเขียนขึ้นในปีนั้น หมายถึงคิดกับตัวเองนะครับ เรื่องราวของเพลงนี้มันอาจจะเข้มข้น เราเอาชีวิตของคนคู่นึงมาเขียนแล้วก็ยังไม่ได้เป็น Love song ทีเดียวที่เราทิ้งวิธีคิด โครงสร้างอัลบั้มแบบเดิมออกไปครับ ก็ยังมีชื่อแบบ “อะไรคือคนไม่มีเวลาว่ะ”

wan

5.  แต่งเพลงในที่ไหนไม่ปกติที่สุด

“เมื่อก่อน ประตูร้านสะดวกซื้อ จะเปลี่ยนเป็นแบบเลื่อนอัตโนมัติ คือจริงๆ ทุกประตูอ่ะครับมันจะเป็นแบบผลักครับ มันจะเขียน Pull กับ Push ใช่มั้ย แล้วมันก็มีเพลงในอัลบั้มที่ 3 ที่ผมเขียน ชื่อเพลงว่า ‘Pull-Push’ คือเหมือนกับ เหตุเกิดจากการจับประตูแล้วมีคนจับพร้อมๆ กัน ก็เลยกลายเป็นเพลงเพลงนึงขึ้นมา พูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ของคนว่า เราจะไม่โกรธพร้อมกันครับ “ถ้าเธอโกรธฉัน ฉันก็จะไม่โกรธ จะแบ่งเวลาให้โมโหกัน” อะไรแบบนี้ครับ ผู้ชายผู้หญิงมันมีคำถามต่อกันตลอด บางทีเราอาจจะมาสาย เขาก็อาจจะคิดว่าเราไม่สนใจเขารึเปล่า แต่ว่านาฬิกาเราตั้งไม่พร้อมกันรึเปล่า เฮ้ย ของเราเพิ่งเที่ยงของเธอเที่ยงสิบไง พยายามแถออกไปทางมุมนั้นครับ”

6.  จับผิดเก่งที่สุด

“ผมเป็น แชมป์เกมจับผิดภาพ ครับ Photo Hunt นี่ผมเก่งมากในย่านโรงเรียนสามเสน แล้วก็ปักหมุดจากโรงเรียนสามเสนวนไล่ไปถึงยี่สิบกิโลฯอ่ะครับ ผมว่าผมไม่เป็นรองใคร ถ้าในยุคนั้นไปกดดูตู้ที่ชั้นใต้ดินเซ็นทรัลต้องมีชื่อผมเกือบทุกตู้ แล้วก็เมื่อก่อนนี่สิบบาทผมหยอดไป ผมเล่นตั้งแต่บ่ายโมงได้จนถึงประมาณสี่โมงเย็น เพราะว่าทุกครั้งที่มันเกิน High Score ของตู้ มันจะเล่นฟรี แบบพอเราเกินปุ๊บ ผมก็ปล่อยให้มันตายแล้วผมก็เล่นใหม่ ว่างไงครับ ผมมั่นใจมากว่าผมก็คล่องแคล่วเรื่องนี้ ดวลได้ ใครก็ได้เลย ผมมั่นใจประกาศผ่าน seventeen ไปเลยครับ”

wan

7.   เพลงที่บอกความเป็นตัวเองที่สุด

“มีเพลงนึงที่เขียนเอาไว้เมื่อสัก 5-6 ปีก่อนนะครับ อยู่ดีๆ ก็ค้นพบว่านอกจากความเลอะเทอะทั้งหลายนี่ ผมมีความเป็นปกติและก็เหมือนกับ… มีความโรแมนติกซ่อนอยู่ในนั้นเล็กๆ เพลงนั้นที่ผมหมายถึงคือ ‘สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก’ ครับ นั่นคือเพลงที่เกิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงครับ แล้วก็เขียนเสร็จแล้วรู้สึกว่าวันนึงถ้ามีโอกาสได้แต่งงานผมจะต้องใช้เพลงนี้เป็นเพลงประกอบงานแต่งงานของผม มันเป็นมุมมองความรักที่ทุกวันนี้ก็ยังชอบแบบนั้นอยู่ ทุกคนเวลามีความรักจะคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับตัวเอง โดยเฉพาะช่วงที่เป็นวัยรุ่น ไกลแค่ไหนก็ต้องไป ทำงานสำคัญแค่ไหนอยู่ก็ยังยอมที่จะให้เจ้านายด่าเพื่อที่จะออกจากห้องทำงานแล้วก็ไปหา กลับดึกแล้วตื่นเช้าก็ยังไหว ทุกอย่างมันดูเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่คนข้างนอกมองมาเนี่ย “อ๋อ…ไม่มีอะไร มันมีแฟน” แค่นั้นน่ะครับ เหมือนเราทำทุกอย่างบนโลกได้ เหมือนสามารถยกแทงก์น้ำตอนไฟไหม้บ้านได้อ่ะ เพราะความรัก ‘หากสิ่งที่เจอจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ’  ก็เป็นเรื่องบังเอิญที่มันโคตรยิ่งใหญ่เลย อะไรแบบนี้ครับ ดูอธิบายเรื่องเล็กๆ ให้มันเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดครับ”

8.  ประหลาดที่สุดที่เคยทำมา

“ล่าสุดก็ โปสเตอร์คอนเสิร์ตที่ผมทาตัวขาวทั้งหมด ซึ่งปกติผมไม่ค่อยถนัดการแต่งหน้าอยู่แล้ว รู้สึกว่าการล้างเครื่องสำอางมันยากจังเลย หลังจากที่ทาตัวขาวเสร็จแล้วนี่ ไปกองละครผมบอกเลยว่าแต่งเต็มที่เลยครับ เพราะว่าผมผ่านวันที่เลวร้ายวันนั้นมาแล้ว (หัวเราะ) คือเช็ดด้วยทุกอย่างบนโลกใบนี้ ออยล์ก็แล้ว แอลกอฮอล์ก็แล้ว อะไรก็แล้ว ก็ยังไม่ออก แบบผลัดเซลล์ผิวใหม่อะครับ ผมก็เหมือนกัน สระประมาณสิบห้ารอบกว่าจะหมด แล้วผมนี่ ถึงหน้าจะโหดและดูสกปรกนะครับ แต่แพ้ง่ายมาก สิวขึ้น อย่างผมนี่ถ้าเกิดไปใส่อะไรประหลาดๆ อีกวันหัวคันแล้ว ผมก็กังวลมากว่า ต้องกลับไปต้องทำตัวให้สะอาดที่สุดเพราะไม่งั้นแพ้ยับเยินแน่ แต่ก็คุ้มนะครับ เพราะว่าชอบโปสเตอร์นี้”

wan

9.  เรื่องที่เก็บเป็นความลับที่สุด

“เรื่อง ความอ่อนแอ ทั้งหลาย เรื่องความเสียใจทางลบทั้งหลายผมจะพูดน้อยมาก แม้กระทั่งกับคนที่บ้าน คือจริงๆ แล้ว ผมกับพ่อแม่สนิทกันมาก แต่ว่าผมไม่บอกเขาทุกปัญหา รู้สึกว่าไม่มีประโยชน์ที่เขาจะต้องมาไม่สบายใจกับผมทุกปัญหา บางอันนี่ผมจัดการเองดีกว่า แต่ว่าด้วยความที่คนเป็นแม่เป็นพ่อมั้งครับ เขาเห็นอาการเขาก็จะรู้แล้ว แต่เขาจะเลือกถามหรือไม่ถามเท่านั้นเอง ถ้าถามก็ค่อยบอกครับ ผมไม่ค่อยเปิดเผยแง่มุมเรื่องความเสียใจหรือผิดหวังเลยแม้แต่นิดเดียวครับ”

10. ชอบมองผู้หญิงตอนไหนที่สุด

“ผมชอบผู้หญิง เวลาพูด ครับ นี่เป็นเรื่องสำคัญที่ผมจะมองเป็นจุดแรกเสมอ ชอบมองรูปปากเวลาเขาออกคำต่างๆ บางคนเวลาพูดแล้วจะมีรูปปากที่น่ารักครับ สระโอ สระเอ สระอา อะไรอย่างนี้ครับ น่ารักพอรูปปากน่ารักแล้ว แนวการตอบของเขา ชุดคำถามของเขา ทำให้ผมหลงรักได้ง่ายมากเลยนะครับ บางทีเนี่ยโห..ถามแบบนี้ก็ไม่คิดว่าจะตอบดีๆ แบบนี้ได้ ฉลาดตอบ ฉลาดที่จะถามครับ”

 ว่าน ธนกฤต ชวนดูคอนเสิร์ต ’10 ปี ว่าน โซโลอิสท์ อะโลนเวร่า คอนเสิร์ต ตอน คนดีศรีขาวจ๋อง’

คอนเสิร์ต ‘10 ปี ว่าน โซโลอิสท์ อะโลนเวร่า คอนเสิร์ต ตอน คนดีศรีขาวจ๋อง’
เปิดแสดงในวันเสาร์ที่ 20 สิงหาคมนี้ ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี
รายละเอียดเพิ่มเติม www.thaiticketmajor.com /  www.bectero.com และ www.facebook.com/SPICYDISC.FANPAGE

เรื่อง : กฤษณา คชธรรมรัตน์

ฝึกงานเขียนบทความ : จิรานันท์ พรมจักร์

**************************************************************************

ติดตาม seventeen Thailand ได้ที่นี่
♥ Website : http://www.seventeenthailand.com/
♥ Instagram : https://www.instagram.com/seventeenthailand/
♥ Facebook : https://www.facebook.com/SEVENTEENthailand
♥ Youtube : http://www.youtube.com/user/seventeenthailandTV
♥ Twitter : https://twitter.com/Seventeenthai

Comments

error: