8 นิสัยควรเลิก หากต้องการมี “ปีใหม่” ที่แฮ็ปปี้ (ตอนที่ 1/2)

 

นับถอยหลังสู่นิมิตรหมายอันดีที่จะพบเจอสิ่งดีๆ และเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในปี พ.ศ. ที่เพิ่มขึ้นแล้วอีกครั้ง แม้จะเป็นที่น่าแปลกใจสักหน่อย ที่เราต่างคาดหวังสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น แต่บ่อยครั้งก็พบว่ากลับเป็นปีธรรมดาอีกปีที่ผ่านเข้ามา แต่นั่นเป็นเพราะโชคชะตา หรือผลจากการกระทำกันแน่?

ดังนั้น เพื่อไม่ให้การเริ่มต้นใหม่ ในปีใหม่ กับสิ่งใหม่ๆ เป็นเพียงภาพมโน เรามาดูกันดีกว่าว่าที่ผ่านมา เรามีนิสัยต่อไปนี้ เป็นตัวขัดขวางความสุขของชีวิตหรือไม่ เพราะถ้ามีล่ะก็… เราควรทิ้งนิสัยเหล่านี้ไปกับปีเก่าได้แล้ว!


1. นอนดึก

image : www.bloglovin.com

เรื่องธรรมดาที่แสนเรียบง่ายที่หลายคนมองข้าม เพราะคิดว่าไม่ส่งผลกับชีวิตนัก ขณะที่ลืมคิดไปว่า หลายปัญหาที่ตัวเองเผชิญอยู่ก็ล้วนเป็นผลมาจากสาเหตุนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผิวหน้าโทรมๆ (จนคนทัก) การเป็นคนขี้หลงขี้ลืม หัวไม่แล่น ขาดไอเดียดีๆ จนส่งผลต่อประสิทธิภาพการเรียนและการทำงาน ไปจนถึงปัญหาความอ้วนที่เป็นผลมาจากการนอนดึกด้วยเช่นกัน ดังนั้น หากไม่อยากให้ปีใหม่ต้องเจอปัญหาเหล่านี้ซ้ำๆ การเริ่มต้นด้วยการนอนให้เป็นเวลา เริ่มตั้งแต่ 21.00-23.00 น. เป็นเวลา 7-9 ชม. ต่อวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นการมีสุขภาพที่ดีในปีใหม่นี้แล้ว ที่สำคัญที่อยากบอกก็คือ มีผลวิจัยยืนยันเผยมาแล้วว่า การใช้วิธี “นอนชดเชย” ไม่สามารถช่วยเยียวยาร่างกายที่ขาดการพักผ่อนได้ และนั่นหมายความว่า หากเรานอนพักผ่อนไม่เป็นเวลา จนนาฬิกาชีวิตรวน สุขภาพที่ดีรอบด้านก็จะไม่อยู่กับเราในปีใหม่นี้แน่ๆ

อ้างอิงเพิ่มเติมที่ : sanook.com | บ้านสุขภาพพ ล้างพิษตับ | manager.co.th


2. ให้ทุกอย่างโคจรรอบตัวเอง

image : www.bloglovin.com

เป็นเรื่องธรรมดามากที่เราจะให้ความสำคัญกับตนเอง (ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน) แต่หากยึดติดมากไป หรือต้องการให้ทุกอย่างโคจรรอบตัวเรา ก็เหมือนเป็นการสร้างงานให้หัวใจคาดหวังกับอะไรที่เป็นไปไม่ได้ เพราะในความเป็นจริงเราไม่สามารถบังคับใครให้ใช้ชีวิตเป็นดั่งใจเรา ขณะเดียวกัน หากเป็นเราก็คงไม่สบายใจเช่นกัน ถ้าต้องคอยทำตามความคาดหวังของคนอื่น ดังนั้น ลองหยุดออกแรงไขว่คว้า เพื่อยึดเหนี่ยวคนอื่นให้โคจรรอบความต้องการหรือความคาดหวังของเราอยู่ฝ่ายเดียว แต่ลองสร้างคุณค่าให้ทั้งกับตัวเองและคนรอบข้าง เพื่อเป็นแรงดึงดูดให้คนอื่นเข้าหาเราจะดีกว่า

อยากให้ลองเปลี่ยนความคิดที่ตัวเองเป็นตัวเอก ที่จะต้องเป็นฝ่าย “ได้รับความสุข” และผลักคนอื่นๆ ให้เป็นเพียงตัวประกอบ ทุกข์ร้อนไม่สำคัญ (หรือลดระดับคุณค่าตัวเองเป็นเพียงตัวประกอบ แล้วคนอื่นเป็นตัวเอก เมื่อเราเจอกับเรื่องผิดหวัง) มาเป็นการสร้างคุณค่าให้ “เราทุกคนต่างเป็นตัวประกอบที่มีความสุขของกันและกัน” ดังนั้น การยอมรับกับคำว่า “เราทุกคนต่างเท่าเทียม(ทางความรู้สึก)” จึงเป็นสิ่งที่เราควรเข้าใจ เพื่อชีวิตและสุขภาพจิตที่ดีของตัวเราเอง


3. “เรียกร้อง” มากกว่าการเป็นผู้ให้…

image : www.bloglovin.com

เติมตัวเองให้เต็มด้วยความสุขที่เอ่อล้นจากภายใน จนสามารถกลั่นออกมาสู่การแบ่งปันสู่ผู้อื่นได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ ความช่วยเหลือ คำพูด(ดีๆ) หรือเพียงสิ่งง่ายๆ อย่าง “รอยยิ้ม”

มันอาจไม่ใช่ง่าย หากเรามีความคิดที่นอนรอในหัวอยู่แล้วว่า “เรายังไม่มีมากพอที่จะแบ่งให้ใครได้” หรือ “ตัวเองยังเอาไม่รอด” เพราะบ่อยครั้ง เมื่อเทียบกับสถานการณ์จริง นั่นอาจเป็นเพียงความคิดไปเองของเรา ซึ่งอาจนำเราสู่ความแร้นแค้นที่แท้จริงที่เรียกว่า “ความแร้นแค้นทางใจ” เพราะเมื่อจุดเริ่มต้นของเราขาด ความสุขของเราก็กลายเป็นการได้รับ โดยการออกแสวงหามาเติมให้เต็ม จนลืมไปว่า เราเองก็สามารถสร้างความสุขให้ตัวเองได้ตั้งแต่แรกเหมือนกันจากการเป็นผู้ให้ เริ่มต้นจากอะไรง่ายๆ แค่เปลี่ยนความคิด และเติมสิ่งที่เรามีด้วยมุมมองใหม่ บอกว่าตัวเอง “มีมากพอ” และเราพร้อมจะให้ได้… ที่สำคัญ (ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น) การให้มีหลายวิธี เราสามารถเลือกความสุขจากการให้ในแบบของเราเองได้ 🙂


4. บูดบึ้งกับโลก

image : www.bloglovin.com

โลกไม่น่าอยู่ เพราะตัวมันเอง หรือ เพราะตัวเรา กันแน่ ?

ว่ากันว่า… การคิดลบทำได้ง่ายกว่าการคิดบวก ซึ่งหากเราต้องเผชิญแต่เรื่องหงุดหงิดใจในปีที่แล้วๆ มา จนทำให้เรามีความสุขกับชีวิตได้ไม่เต็มที่ คงถึงเวลาแล้วที่ต้องหยุดคิดว่า แท้จริงแล้ว…มาจากความคิดของเราเองหรือไม่

เราไม่ได้กำลังจะบอกให้ทุกคนวาดฝันทุ่งลาแวนเดอร์เป็นของตัวเอง แต่การเป็นคนบุคลิกบูดบึ้ง หรือใส่อารมณ์กับทุกสิ่งอย่างตรงหน้า หรือการสร้างกำแพงที่ก่อด้วยความคิดลบหรือความทะนงตัว ย่อมไม่ทำให้ความสุขผ่านเข้ามาในชีวิตเราได้อย่างที่หวัง ดังนั้น หากอยากให้ปีที่มีแต่สิ่งดีๆ ของเราเริ่มต้นขึ้นได้ทุกวัน ลองยิ้มให้กับโลกนี้ แล้วโลกก็จะยิ้มและมอบโลกทัศน์ดีๆ ให้กับเรา


อ่านต่อตอนที่ 2 >> คลิก!

 

ติดตาม seventeen Thailand ได้ที่นี่…
Website : www.seventeenthailand.com
Instagram : @seventeenthailand
Facebook : @SEVENTEENthailand
Youtube : @seventeenthailandTV
Twitter : @Seventeenthai






Comments

Ano

เกสรา ลี้เจริญ (Ketsara Leecharoen) : Content Writer & Vedio Editor ประชาชนชาวเป็ดที่ยังคงพยายามอยู่ทุกวัน เพื่อที่จะเก่งขึ้น ปัจจุบันควบหลายตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็น นักเขียน กราฟฟิก ช่างภาพ/วีดีโอ รวมถึงงานตัดต่อ