5 สิ่งที่ควรรู้! ในการกำจัดสิวเสี้ยนอย่างถูกต้อง

 

ใครที่ประสบปัญหาสิวเสี้ยนหรือสิวหัวดำ ไม่ต้องกังวลไป เจ้าสิวนี้สามารถหายได้อย่างแน่นอน! ซึ่งสิวเสี้ยนเกิดจากความผิดปกติของต่อมรูขน โดยมีลักษณะคล้ายสิวอุดตันหัวดำและมีกระจุกขนเล็กๆ หลายเส้นแทรกอยู่ในหัวสิวนั้น มักจะเกิดบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก ดังนั้นผู้ที่มีผิวมันหรือบางส่วนที่มันมักจะเกิดสิวเสี้ยนได้ง่ายนั่นเอง

1. ไม่ผลัดผิวเกินจำเป็น

การผลัดเซลล์ผิวทำได้ด้วย 2 วิธี นั่นก็คือ Physical scrub เป็นวิธีที่ผลัดเซลล์ผิวทางกายภาพ หรือ การขัดถูนั่นเอง โดยใช้วิธี Scrub ผิว ช่วยให้รูขุมขนคงความสะอาด แต่อาจทำให้ผิวอักเสบได้ จึงต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวเพื่อป้องกันการระคายเคือง จึงควรเลือกเม็ดสครับละเอียด กลมมน มีจำนวนมากพอต่อการขัดเซลล์ผิว และควร scrub เบาๆ ซึ่งการรบกวนผิวด้วยการขัดถูแรงๆ เป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวเสี้ยน

ส่วน Chemical exfoliant คือการผลัดเซลล์ผิวด้วยวิธีการทางเคมี โดยสารที่รู้จักกันแพร่หลายก็คือ AHA และ BHA มีส่วนประกอบอย่างกรดซาลิซิลิก (salicylic acid) ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและช่วยขจัดความมันส่วนเกินบนผิวออกไป ซึ่งวิธีนี้ให้ผลลัพธ์ที่ดีในการลดสิวเสี้ยน เนื่องจากไม่เป็นการรบกวนผิวโดยการขัดหรือถูอย่างวิธีแรก แต่ไม่ควรใช้บ่อยเป็นประจำหรือทาลงไปแรงๆ

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนหากทำมากเกินไปก็ส่งผลเสียต่อผิวได้ทั้งนั้น อาจทำให้หน้าแดง แพ้ และหน้าแห้ง แม้ผิวที่หยาบกร้าน การผลัดเซลล์ผิวที่มากเกินไปจะให้ผลที่แย่ยิ่งกว่า เมื่อขัดผิวควรหลีกเลี่ยงการถูแรงๆ เพราะอาจทำให้รูขุมขนกว้าง เป็นเหตุให้สิวเสี้ยนผุดเยอะขึ้น ดังนั้นควรถูหรือขัดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน โดยทำแค่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง


2. หลีกเลี่ยงการบีบสิว

ห้ามบีบสิว! ใครๆ ก็รู้ใช่มั้ยว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควร แต่อดใจไม่ได้ ต้องรีบกำจัด แต่การบีบสิวนั้นอันตรายต่อผิวเรามาก แม้จะเป็นการบีบสิวเสี้ยนก็ตาม ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผิวบริเวณที่อักเสบเปิดกว้างขึ้น อีกทั้งผิวยังหยาบกร้าน เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจายจนเกิดการติดเชื้อ สุดท้ายทิ้งรอยแผลไว้บนใบหน้า และสิวก็จะผุดขึ้นมาง่ายกว่าเดิม เรียกได้ว่าเป็นวงจรที่ไม่จบสิ้นเลยล่ะ ฉะนั้นวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการกำจัดสิวเสี้ยนคือการกดสิวนั่นเอง

3. เตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการกดสิว

ถึงแม้วิธีกดสิวเสี้ยนจะให้ผลดี แต่อย่าลืมว่าต้องทำอย่างถูกวิธีเช่นกัน เริ่มด้วยการเตรียมพร้อมผิว เมื่อหลังอาบน้ำเสร็จแล้ว ให้ล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์สูตรอ่อนโยนและใช้ผ้าขนหนูร้อนถูบริเวณสิวเสี้ยนเพื่อเปิดรูขุมขน จากนั้นทามอยเจอร์ไรซ์เซอร์เพื่อปรับสภาพผิว โดยทาบางๆ หรือจะเยอะก็ได้ทั้งนั้น แล้วก็เริ่มทำการกดสิวเสี้ยนได้เลย!

4. กดสิวอย่างถูกวิธี

มาถึงขั้นตอนการกดสิว! ซึ่งอาจทำโดยการใช้ที่กดสิวหรือจะใช้นิ้วมือเรากดก็ได้ แต่การทำแบบผิดๆ นั้นทำให้รอยแดงหรือรอยดำเกิดขึ้น เนื่องจากได้รับบาดแผลและการกระตุ้นเซลล์เม็ดสีมากเกินไปนั่นเอง ขณะที่สิวหัวดำเจ้าปัญหาออกไปแล้วแต่ผลที่ได้คือผิวขรุขระ ดังนั้นการกดที่ถูกต้องคือกดอย่างอ่อนมือ โดยวางที่กดสิวแล้วให้สิวเสี้ยนอยู่ตรงกลาง จากนั้นค่อยๆ กดจนกว่าจะหลุดออกมาจากรูขุมขน แต่ถ้ากดแล้วสิวเสี้ยนไม่ออก ก็อย่าไปเพิ่มแรงกดหรือไปเค้นมันเพราะจะทำให้เป็นแผลได้ ทิ้งไว้สัก 1 วัน แล้วกดใหม่จะดีกว่า

ถ้าอยากใช้นิ้วมือ ควรทำโดยการวางนิ้วชี้ของทั้ง 2 ข้าง วางห่างจากบริเวณสิวเสี้ยนนิดหน่อยเพื่อให้ถอนได้ลึกถึงราก ขณะกดสิว ให้ทำเบาๆ อย่าใช้เล็บเป็นอันขาด เสี่ยงต่อผิวเป็นรอย

จะเห็นได้ว่าการกดทำให้ไขมันถูกดันออกมาพร้อมเส้นขน แต่วิธีนี้ก็ต้องระมัดระวังความสะอาดและการบีบกดที่รุนแรงควบคู่กันไปด้วยนะ


5. รักษาความชุ่มชื้นบนผิวหน้า

การรักษาสมดุลความมันบนผิวป็นกุญแจสำคัญป้องกันการเกิดสิวเสี้ยน ซึ่งการที่ผิวหน้าขาดน้ำมันหล่อเลี้ยง จะทำให้ผิวผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น เป็นเหตุให้เกิดสิวเสี้ยนที่มากขึ้นนั่นเอง ดังนั้นในแต่ละวันควรใช้มอยเจอร์ไรซ์เซอร์เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและรักษาสมดุลความมันบนผิว แต่ก็ต้องดูในหลายๆ กรณีว่าหน้ามันที่สาวๆ เป็นนั้นเกิดจากสาเหตุอะไร แล้วควรดูแลรักษาอย่างไรเพื่อให้ผิวหน้าคงความสมดุลไว้

เพียงแค่หมั่นมีวินัย อดทน และทำอย่างถูกวิธี หน้าก็จะใสปราศจากสิวเจ้าปัญหา อาจจะใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการรักษา แต่รับรองว่าถ้าดูแลผิวหน้าดีๆ แล้วล่ะก็ ไม่ใช่แค่สิวเสี้ยนเท่านั้นที่หาย แต่ปัญหาสิวอื่นๆ ก็จะหายไปด้วย หมดห่วงได้เลย

 

 

ติดตาม seventeen Thailand ได้ที่นี่…
♥ Website : www.seventeenthailand.com
♥ Instagram : www.instagram.com/seventeenthailand
♥ Facebook : www.facebook.com/SEVENTEENthailand
♥ Youtube : www.youtube.com/user/seventeenthailandTV
♥ Twitter : www.twitter.com/Seventeenthai

Comments